<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>I am Ekapol &#187; Google Map</title>
	<atom:link href="http://iam.ekapol.com/tag/google-map/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://iam.ekapol.com</link>
	<description>New Yorker</description>
	<lastBuildDate>Wed, 19 Oct 2011 08:12:43 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.2.1</generator>
		<item>
		<title>ผมขอเป็น New Yorker (ตอนที่ 7)</title>
		<link>http://iam.ekapol.com/2010/06/09/i-wanna-be-a-new-yorker-part-7/</link>
		<comments>http://iam.ekapol.com/2010/06/09/i-wanna-be-a-new-yorker-part-7/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 09 Jun 2010 08:00:32 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Ekapol</dc:creator>
				<category><![CDATA[New Yorker]]></category>
		<category><![CDATA[Central World]]></category>
		<category><![CDATA[Google Map]]></category>
		<category><![CDATA[Google Street]]></category>
		<category><![CDATA[New York City]]></category>
		<category><![CDATA[NYC]]></category>
		<category><![CDATA[บัตรเคดิต]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://iam.ekapol.com/?p=482</guid>
		<description><![CDATA[ตอน : พร้อมบิน ช่วงที่ผมเตรียมพร้อมเรื่องกระเป๋าอยู่ นั้น สิ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือการไปแลกเงินครับ จะไปได้ยังไงถ้าไม่มีเงินติดตัวไป ผมจัดแจงหาแหล่งแลกเงินที่ถูกที่สุด เพื่อให้ได้เงินดอลล่าร์มาให้มากที่สุดครับ ผมใช้บริการแลกเงินแหล่งหนึ่งตรงข้ามกับ Central World ผมว่าเพื่อนๆ หลายคนที่เคยแลกเงินบ่อยๆ น่าจะรู้จักกันนะครับ เพราะถ้าผมไปแลกที่ธนาคารจะได้อัตราแลกเปลี่ยนที่ค่อนข้างแพงกว่า อีกอย่างไม่ใช่ธนาคารทุกสาขาที่สามารถแลกเงินได้ครับ จำได้ว่าธนาคารต่างจังหวัดแถวบ้านผม ไม่มีบริการให้แลกเงินต่างประเทศ ซึ่งก็ทำให้ผมงงมากอยู่เหมือนกัน ทำไมถึงแลกไม่ได้หว่า ผมเอาเงินที่ ผมเตรียมไว้ทั้งหมดไปแลกครับ จำได้ว่าอัตราแลกเปลี่ยนตอนนั้นอยู่ที่ประมาณ 35.10 บาทต่อดอลล่าห์ครับ และเป็นที่น่าเจ็บใจมากครับเพราะวันที่ผมบินไป อัตราแลกเปลี่ยนเงินที่สนามบินวันนั้นดันถูกว่า ที่ผมไปแลกมาซะอีก โอ้ยจะบ้าตายเงินหายไป 100 กว่าดอลล่าห์ได้ อุส่าไปแลกตั้งไกล สาเหตุที่ผมแลกเงินไปทั้งหมด เพราะเพื่อนผมบอกให้ผมพกเงินสดใส่ประเป๋าไปเลย โอ้ยแอบเสียวเหมือนกันนะเนี่ย เกิดมายังไม่เคยพกเงินสดเยอะๆ ขนาดนั้นเลย โอเค สดก็สดวัดใจกันไปเลย สิ่งต่อมาที่ผมไปทำก็คือ ผมไปอำเภอเปลี่ยนบัตรประชาชนให้เป็นภาษาอังกฤษครับ เพราะฝรั่งอ่านไทยไม่ออก ได้บัตรประชาชนใบใหม่เป็นภาษาอังกฤษปนไทยดูเก๋ดีครับ ที่สำคัญผมได้ถ่ายรูปใหม่แทนใบเก่าที่ดูไม่ค่อยดีซะเท่าไหร่ด้วยครับ ก็ไม่ยุ่งยากนะครับตอนไปขอเปลี่ยนยืนบัตรใบเก่าไปได้บัตรใหม่ภายใน 10 นาที ค่าทำเนียม 30 บาทเองครับ บัตรใบนี้มีประโยชน์สำหรับผมมาก ตอนไปซื้อเหล้าซื้อเบียร์ และที่สำคัญตอนเข้าผลับเข้าบาร์ครับ อีกอย่างมันดีมากตอนที่เราใช้บัตรเคดิตรูดซื้อของครับ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ตอน : พร้อมบิน</strong></p>
<p>ช่วงที่ผมเตรียมพร้อมเรื่องกระเป๋าอยู่ นั้น สิ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือการไปแลกเงินครับ จะไปได้ยังไงถ้าไม่มีเงินติดตัวไป ผมจัดแจงหาแหล่งแลกเงินที่ถูกที่สุด เพื่อให้ได้เงินดอลล่าร์มาให้มากที่สุดครับ ผมใช้บริการแลกเงินแหล่งหนึ่งตรงข้ามกับ Central World ผมว่าเพื่อนๆ หลายคนที่เคยแลกเงินบ่อยๆ น่าจะรู้จักกันนะครับ เพราะถ้าผมไปแลกที่ธนาคารจะได้อัตราแลกเปลี่ยนที่ค่อนข้างแพงกว่า อีกอย่างไม่ใช่ธนาคารทุกสาขาที่สามารถแลกเงินได้ครับ จำได้ว่าธนาคารต่างจังหวัดแถวบ้านผม ไม่มีบริการให้แลกเงินต่างประเทศ ซึ่งก็ทำให้ผมงงมากอยู่เหมือนกัน ทำไมถึงแลกไม่ได้หว่า</p>
<p>ผมเอาเงินที่ ผมเตรียมไว้ทั้งหมดไปแลกครับ จำได้ว่าอัตราแลกเปลี่ยนตอนนั้นอยู่ที่ประมาณ 35.10 บาทต่อดอลล่าห์ครับ และเป็นที่น่าเจ็บใจมากครับเพราะวันที่ผมบินไป อัตราแลกเปลี่ยนเงินที่สนามบินวันนั้นดันถูกว่า ที่ผมไปแลกมาซะอีก โอ้ยจะบ้าตายเงินหายไป 100 กว่าดอลล่าห์ได้ อุส่าไปแลกตั้งไกล สาเหตุที่ผมแลกเงินไปทั้งหมด เพราะเพื่อนผมบอกให้ผมพกเงินสดใส่ประเป๋าไปเลย โอ้ยแอบเสียวเหมือนกันนะเนี่ย เกิดมายังไม่เคยพกเงินสดเยอะๆ ขนาดนั้นเลย โอเค สดก็สดวัดใจกันไปเลย<span id="more-482"></span></p>
<p>สิ่งต่อมาที่ผมไปทำก็คือ ผมไปอำเภอเปลี่ยนบัตรประชาชนให้เป็นภาษาอังกฤษครับ เพราะฝรั่งอ่านไทยไม่ออก ได้บัตรประชาชนใบใหม่เป็นภาษาอังกฤษปนไทยดูเก๋ดีครับ ที่สำคัญผมได้ถ่ายรูปใหม่แทนใบเก่าที่ดูไม่ค่อยดีซะเท่าไหร่ด้วยครับ ก็ไม่ยุ่งยากนะครับตอนไปขอเปลี่ยนยืนบัตรใบเก่าไปได้บัตรใหม่ภายใน 10 นาที ค่าทำเนียม 30 บาทเองครับ บัตรใบนี้มีประโยชน์สำหรับผมมาก ตอนไปซื้อเหล้าซื้อเบียร์ และที่สำคัญตอนเข้าผลับเข้าบาร์ครับ อีกอย่างมันดีมากตอนที่เราใช้บัตรเคดิตรูดซื้อของครับ มันช่วยยืนยันได้ว่าผมเป็นเจ้าของบัตรจริงๆ เพราะบัตรเคดิตของผมไม่มีรูปถ่ายติดไว้นั่นเอง ผมไม่ลืมที่จะไปถ่ายเอกสาร Passport และ Visa พกติดประเป๋าตั้งเอาไว้ด้วยครับ เพราะเล่มจริงมันใหญ่ไปอะครับพกไปไหนมาไหนลำบากครับ ยิ่งถ้าถือไปแล้วทำหายจะยิ่งวุ่นวายกันใหญ่ครับ แหมเตรียมพร้อมจริงๆ เลยนะคุณเอกพล</p>
<p>จะไปจากนานก็เลยไปล่ำลาญาติพี่น้อง แถวๆ บ้านซะหน่อย แล้วก็แวะไปไหว้พระที่วัดแถวบ้าน ให้ช่วยกำจัดความชั่วร้ายออกจากตัวก่อนไปเมกา อันนี้คงต้องใช้พระทั้งวัดเลยมั้งครับถึงจะเอาออกหมด ไว้พระให้พระคุ้มครองซะหน่อยชีวิตจะได้ปลอดภัย กลับมาได้สร้อยมาเส้นหนึ่งสวมคอก่อนมากครับ จำไม่ได้ว่าหลวงพ่อไรครับ แต่ดีมากครับช่วยให้ผมอยู่อย่างปลอดภัย ไม่เจ็บไข้ได้ป่วยมาจนถึงทุกวันนี้</p>
<p>เนื่องจากพ่อผมเป็นห่วงกับการเดินทางต่างแดนครั้งแรกของผมมากครับ ผมให้เบอร์เพื่อนสมัย ม.ปลาย ที่ผมจะมาอยู่ด้วยในต่างแดนกับพ่อไว้ เข้า Google Map หาแผนที่ที่พัก แถมเข้า Google Street หารูปบ้านที่จะไปอยู่ให้ด้วย ปริ้นให้พ่อเก็บไว้ด้วยครับ ก็แอบ งง งง ตัวเองเหมือนกันครับ ไม่รู้จะปริ้นไปทำไม ปริ้นไปก็ไม่ได้ช่วยให้พ่อบ้านติดตามเราได้เลยสักนิด แต่เพื่อให้พ่อสบายใจก็ทำไปซะอย่าเรื่องมากครับ</p>
<p>คืนสุดท้ายแอบนอนไม่ หลับอยู่เหมือนกันครับ จะให้ทำไงได้หล่ะครับ คนมันตื่นเต้นหนิครับ พรุ่งนี้ผมจะบินแล้ว เย้ๆ กว่าจะหลับลงเกือบไม่ได้นอนแหนะ หลังจากตื่นนอนขึ้นมาชีวิตก็เริ่มต้นด้วยความพร้อมครับ ทุกอย่างพร้อมแล้ว โอเคงั้นเข้าเน็ตนัดกับเพื่อนที่จะไปอยู่ด้วยก่อนดีกว่า ว่าจะไปเจอกันตรงส่วนไหนของสนามบิน JFK ดี เออพร้อมแล้วเพื่อน หรอหรอโอเคนายเยี่ยมมาก อยู่ๆ ก็มีข้อความที่ทำให้ผมต้องตื่นเต้นก่อนบินมากจากเพื่อนผมมาว่า เออหนึ่งนายอยู่เมืองนอกคนเดียวได้เปล่า เราคงต้องกับไทยแล้ว ผมแอบนิ่งไปแปบนึงครับ เพราะผมไม่รู้จักใครเลยนอกจากเพื่อนคนนี้ และที่บ้านผมก็รู้สึกอุ่นใจที่ผมมาอยู่เมืองนอกกับเพื่อน เพราะมีไรจะได้ช่วยกันได้ ทำไมไม่บอกผมให้เร็วกว่านี้นะจะได้มีเวลาเตรียมใจบ้าง ดันมาบอกตอนที่กำลังจะบินในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า ผมไม่กล้าบอกเรื่องนี้กับใครที่บ้านฟังเลย เพราะกลัวว่าที่บ้านจะยิ่งเป็นห่วงผมมากไปใหญ่ และสิ่งต่างที่วาดไว้ในหัวก่อนมานิวยอร์ค ว่าจะมีเพื่อนคนนี้คอยเป็นที่พึ่งให้ผมที่นั่น ได้ลอยหายไปหมดเลยครับ</p>
<p>ตอนนั้นผมบอกตรงๆ ผมตกใจอยู่เหมือนกันครับที่เจอคำถามแบบนั้นไปในวันที่ผมกำลังจะบิน ชีวิตของผมกว่าจะมาถึงวันวันนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ผมไม่มีอะไรต้องคิด และไม่มีเวลาให้คิดอะไรแล้ว ผมตอบกลับไปว่า โอเคเพื่อนกลับมาได้เลย เราอยู่ได้ ถึงนายไม่อยู่ที่นิวยอร์ค ยังไงเราก็ต้องไปที่นั่นอยู่แล้ว เพราะฉนั้นไม่ใช่ปัญหา อย่าลืมมารับเราที่สนามบินก็พอ เจอกันที่นิวยอร์คเพื่อน!! สายเลือดของการเอาตัวรอดของผมได้พุ่งขึ้นมาเต็มตัวนะตอนนั้น <strong>แค่กำลังจะบินความท้าทายในชีวิตของผมก็เริ่มขึ้นแล้วครับ ชีวิตในนิวยอร์คจะเป็นไงไม่สำคัญ มันสำคัญแค่ว่า ผมพร้อมบินแล้วครับ</strong></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://iam.ekapol.com/2010/06/09/i-wanna-be-a-new-yorker-part-7/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

