<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>I am Ekapol &#187; Reader</title>
	<atom:link href="http://iam.ekapol.com/iam/reader/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://iam.ekapol.com</link>
	<description>New Yorker</description>
	<lastBuildDate>Wed, 19 Oct 2011 08:12:43 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.2.1</generator>
		<item>
		<title>เมื่อความหวังทำให้ชีวิตมีลมหายใจ</title>
		<link>http://iam.ekapol.com/2010/02/13/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4/</link>
		<comments>http://iam.ekapol.com/2010/02/13/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 13 Feb 2010 16:51:24 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Ekapol</dc:creator>
				<category><![CDATA[Blogger]]></category>
		<category><![CDATA[Reader]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://iam.ekapol.com/?p=351</guid>
		<description><![CDATA[อาทิตย์ที่แล้วผมอ่านหนังสือเล่มหนึ่ง เป็นหนังสือที่พูดเกี่ยวกับความคิดและมุมมอง มีหลายความคิดดีดีเลยทีเดียวในหนังสือเล่มนั้น สอนให้รู้จักการเข้าใจในชีวิตของคนเรานี่แหละ ว่าอย่าท้อแท้แม้จะเจอเรื่องที่เราคิดว่ามันยาก เรื่องที่เราคิดว่าเราไม่สามารถที่จะแก้ปัญหามันได้แล้ว มีอยู่ตอนนึงเค้าจับเอาหนูใส่ลงไปในอ่างน้ำ ในนั้นมีน้ำอยู่ในระดับที่หนูเหยียบพื้นอ่างไม่ได้ และไม่มีทางที่หนูจะปีนเอาชีวิตรอดออกมาได้ การทดลองครั้งแรก เค้าจับเอาอ่างนั้นเข้าไปตั้งอยู่ใจกลางห้องแล้วปิดไฟ ภายในไม่เกิน 3 นาที หนูจมน้ำตาย ครั้งต่อมาทำทุกอย่างเหมือนเดิมหมดยกเว้นเปิดไปห้องทิ้งไว้ ปรากฎว่าหนูสามารถว่ายน้ำได้เป็นวัน รู้ป่าวว่ามันหมายถึงอะไร เค้าบอกว่า ตอนที่ปิดไฟนั้นแน่นอนหนูไม่เห็นถึงอะไรเลย หนูคิดว่าว่าตนเองกำลังหมดความหวังในชีวิตไป ในใจมันกำลังคิดว่าว่ายน้ำต่อไปมันก็ไม่รู้จะเจออะไรกับชีวิตอีก ต่างกับตอนที่เปิดไฟหนูยังเห็นว่าในห้องมีอะไร เห็นแสงไฟ เห็นเพดานห้อง คือมันมีความหวังว่าถ้ามันว่ายต่อไปโดยที่มันไม่ยอมแพ้ สักวันมันต้องได้ไปยืนบนพื้นแบบที่มันเคยยืน และมันต้องรอดแน่ๆ โอ้โหอ่านถึงตรงนี้ผมอึ้งไปเลยครับ ทำให้คิดได้ว่า ชีวิตคนมันก็ต้องอยู่ด้วยความหวังเหมือนกันสิครับ ปกติแล้วหนูเป็นสัตว์ที่รักตัวเองมาก มันจะสู้จนสุดชีวิตเพื่อให้ชีวิตมันรอด ถ้ามันเดินไปแล้วถูกกับดักแล้วขามันติดกาวไม่สามารถไปไหนได้ มันจะยอมใช้ปากของมันกัดขาตัวเองทิ้ง ทั้งๆ ที่รู้ว่ามันเจ็บมาก แต่เพื่อความอยู่รอดของมัน มันมีความหวังว่าชีวิตมันต้องอยู่ต้องไป ไม่ใช่ยอมแพ้ สำหรับเพื่อนๆ ที่เจอปัญหาแล้วกำลังท้อแท้ลองค่อยๆ ใช้เวลาคิดหาทางออกแบบใจเย็นๆ นะครับ อย่าเพิ่งยอมแพ้เพราะโลกเราสร้างมาให้อยู่ในความสมดุล เมื่อมีปัญก็ต้องมีทางแก้ เมื่อมีสิ่งที่แย่ก็จะมีสิ่งที่ดีดีเข้ามาทดแทน เมื่อได้สิ่งที่ต้องการก็ต้องเสียสิ่งที่เราไม่อยากเสียไป เพื่อให้เกิดความสมดุลกับชีวิตครับ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>อาทิตย์ที่แล้วผมอ่านหนังสือเล่มหนึ่ง เป็นหนังสือที่พูดเกี่ยวกับความคิดและมุมมอง มีหลายความคิดดีดีเลยทีเดียวในหนังสือเล่มนั้น สอนให้รู้จักการเข้าใจในชีวิตของคนเรานี่แหละ ว่าอย่าท้อแท้แม้จะเจอเรื่องที่เราคิดว่ามันยาก เรื่องที่เราคิดว่าเราไม่สามารถที่จะแก้ปัญหามันได้แล้ว มีอยู่ตอนนึงเค้าจับเอาหนูใส่ลงไปในอ่างน้ำ ในนั้นมีน้ำอยู่ในระดับที่หนูเหยียบพื้นอ่างไม่ได้ และไม่มีทางที่หนูจะปีนเอาชีวิตรอดออกมาได้ การทดลองครั้งแรก เค้าจับเอาอ่างนั้นเข้าไปตั้งอยู่ใจกลางห้องแล้วปิดไฟ ภายในไม่เกิน 3 นาที หนูจมน้ำตาย ครั้งต่อมาทำทุกอย่างเหมือนเดิมหมดยกเว้นเปิดไปห้องทิ้งไว้ ปรากฎว่าหนูสามารถว่ายน้ำได้เป็นวัน</p>
<p>รู้ป่าวว่ามันหมายถึงอะไร เค้าบอกว่า ตอนที่ปิดไฟนั้นแน่นอนหนูไม่เห็นถึงอะไรเลย หนูคิดว่าว่าตนเองกำลังหมดความหวังในชีวิตไป ในใจมันกำลังคิดว่าว่ายน้ำต่อไปมันก็ไม่รู้จะเจออะไรกับชีวิตอีก ต่างกับตอนที่เปิดไฟหนูยังเห็นว่าในห้องมีอะไร เห็นแสงไฟ เห็นเพดานห้อง คือมันมีความหวังว่าถ้ามันว่ายต่อไปโดยที่มันไม่ยอมแพ้ สักวันมันต้องได้ไปยืนบนพื้นแบบที่มันเคยยืน และมันต้องรอดแน่ๆ โอ้โหอ่านถึงตรงนี้ผมอึ้งไปเลยครับ ทำให้คิดได้ว่า ชีวิตคนมันก็ต้องอยู่ด้วยความหวังเหมือนกันสิครับ<span id="more-351"></span></p>
<p>ปกติแล้วหนูเป็นสัตว์ที่รักตัวเองมาก มันจะสู้จนสุดชีวิตเพื่อให้ชีวิตมันรอด ถ้ามันเดินไปแล้วถูกกับดักแล้วขามันติดกาวไม่สามารถไปไหนได้ มันจะยอมใช้ปากของมันกัดขาตัวเองทิ้ง ทั้งๆ ที่รู้ว่ามันเจ็บมาก แต่เพื่อความอยู่รอดของมัน มันมีความหวังว่าชีวิตมันต้องอยู่ต้องไป ไม่ใช่ยอมแพ้</p>
<p>สำหรับเพื่อนๆ ที่เจอปัญหาแล้วกำลังท้อแท้ลองค่อยๆ ใช้เวลาคิดหาทางออกแบบใจเย็นๆ นะครับ อย่าเพิ่งยอมแพ้เพราะโลกเราสร้างมาให้อยู่ในความสมดุล เมื่อมีปัญก็ต้องมีทางแก้ เมื่อมีสิ่งที่แย่ก็จะมีสิ่งที่ดีดีเข้ามาทดแทน เมื่อได้สิ่งที่ต้องการก็ต้องเสียสิ่งที่เราไม่อยากเสียไป เพื่อให้เกิดความสมดุลกับชีวิตครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://iam.ekapol.com/2010/02/13/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>It&#039;s Your Time - Joel Osteen</title>
		<link>http://iam.ekapol.com/2010/02/07/its-your-time-joel-osteen/</link>
		<comments>http://iam.ekapol.com/2010/02/07/its-your-time-joel-osteen/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 07 Feb 2010 08:22:07 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Ekapol</dc:creator>
				<category><![CDATA[New Yorker]]></category>
		<category><![CDATA[Reader]]></category>
		<category><![CDATA[Amazon]]></category>
		<category><![CDATA[Best Sellers]]></category>
		<category><![CDATA[Book Store]]></category>
		<category><![CDATA[Borders Book]]></category>
		<category><![CDATA[Digital]]></category>
		<category><![CDATA[iPad]]></category>
		<category><![CDATA[iPodTouch]]></category>
		<category><![CDATA[Kindle]]></category>
		<category><![CDATA[New York Times]]></category>
		<category><![CDATA[PDF]]></category>
		<category><![CDATA[Sync]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://iam.ekapol.com/?p=301</guid>
		<description><![CDATA[วันนี้ไม่ได้ทำงานเลยเดินเข้าไป Borders Book Store หาหนังสือมาอ่านเล่น เพราะเทอมนี้ต้องอ่านหนังสือเอาไป Present คนละ 2 เล่ม เดินวนอยู่พักใหญ่เลยอ่านอะไรดีกว่า?? มาจ๊ะเอ๋กันที่แผงหนังสือขายดี เห็นชื่อ It's Your Time เอ๊ะสะดุดตามากหยิบมาอ่าน Review ดูใช่เลยแนวนี้เลยที่ชอบอ่านเลย แต่เล่มตั้ง USD $25 แหนะ แต่หนังสือเค้าดีจริง จริงๆเรื่องนี้ไม่อยู่ใน List ที่อาจารย์ให้อ่านหรอกแต่ไม่สน อยากอ่านที่ตัวเองอยากอ่านมากกว่าอะ หลังจากได้หนังสือ ก็เดินหามุมอ่านในร้านนั่นแหละ คนนั่งเยอะไม่หมดเลยไม่มีที่นั่งเลยต้องนั่งกับพื้นอ่าน จิ๊บกาแฟร้อนๆสักหน่อย อืมมมม บรรกาศดีมาก 555+ อ่านไปก็ขำไปก็มันเขียนได้ดีมาก สมแล้วที่ได้ Best Sellers ของ New York Times อ่านไปได้ 3 Chapters จากทั้งหมด 23 ก็ไวเหมือนกันเนอะ ใช้ศัพท์ไม่ยากแถมสนุกทำให้อ่านได้ไวมาก ชอบมากๆเลย กะว่าเดี๋ยววันไหนว่างจะเข้าไปหยิบหนังสือมาอ่านเล่นในนั้นอีก อีกอย่างที่ชอบนะเคยอ่านหนังสือแนวนี้ที่เป็นภาษาไทย รู้สึกเลยว่ามันแตกต่างกันมากนะ ในเชิงแนวความคิดแหละหลายๆอย่าง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://iam.ekapol.com/wp-content/uploads/2010/02/Its-Your-Time-Joel-Osteen.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-302" title="It's Your Time - Joel Osteen" src="http://iam.ekapol.com/wp-content/uploads/2010/02/Its-Your-Time-Joel-Osteen-198x300.jpg" alt="" width="198" height="300" /></a></p>
<p>วันนี้ไม่ได้ทำงานเลยเดินเข้าไป Borders Book Store หาหนังสือมาอ่านเล่น เพราะเทอมนี้ต้องอ่านหนังสือเอาไป Present คนละ 2 เล่ม เดินวนอยู่พักใหญ่เลยอ่านอะไรดีกว่า?? มาจ๊ะเอ๋กันที่แผงหนังสือขายดี เห็นชื่อ<strong> It's Your Time</strong> เอ๊ะสะดุดตามากหยิบมาอ่าน Review ดูใช่เลยแนวนี้เลยที่ชอบอ่านเลย แต่เล่มตั้ง USD $25 แหนะ แต่หนังสือเค้าดีจริง จริงๆเรื่องนี้ไม่อยู่ใน List ที่อาจารย์ให้อ่านหรอกแต่ไม่สน อยากอ่านที่ตัวเองอยากอ่านมากกว่าอะ</p>
<p>หลังจากได้หนังสือ ก็เดินหามุมอ่านในร้านนั่นแหละ คนนั่งเยอะไม่หมดเลยไม่มีที่นั่งเลยต้องนั่งกับพื้นอ่าน จิ๊บกาแฟร้อนๆสักหน่อย อืมมมม บรรกาศดีมาก 555+ อ่านไปก็ขำไปก็มันเขียนได้ดีมาก สมแล้วที่ได้ Best Sellers ของ New York Times อ่านไปได้ 3 Chapters จากทั้งหมด 23 ก็ไวเหมือนกันเนอะ ใช้ศัพท์ไม่ยากแถมสนุกทำให้อ่านได้ไวมาก ชอบมากๆเลย กะว่าเดี๋ยววันไหนว่างจะเข้าไปหยิบหนังสือมาอ่านเล่นในนั้นอีก อีกอย่างที่ชอบนะเคยอ่านหนังสือแนวนี้ที่เป็นภาษาไทย รู้สึกเลยว่ามันแตกต่างกันมากนะ ในเชิงแนวความคิดแหละหลายๆอย่าง รู้สึกเลยว่าต่อไปคงไม่อ่านภาษาไทยแล้วอะ เพราะภาษาอังกฤษมันเขียนได้ิดีกว่าแถมจะได้ฝึกภาษาให้ดีขึ้นด้วย<span id="more-301"></span></p>
<p>สรุปก็ซื้อมาแหละ 25$ แต่ไปหยิบเล่มใหม่มาจ่ายนะ อิอิ แต่พอดีกะว่าจะซื้อให้พี่รู้จักในวันเกิดไปอ่าน อ่าวทำไงดีไม่ยากเิปิดอ่านก่อนให้เค้าซะด้วยมันจะแอบยับนิดเอา กลับมาบ้านนั่งหาโหลดของฟรีแบบที่เป็น PDF เอา เห่อะๆ หาไม่เจอ นั่งหาต้องนาน เอาว่ะตัวเลือกสุดท้าย Amazon's Kindle เสียตังโหลดมาอ่านใน iPodTouch อีก USD $9.99 เป็นครั้งแรกเหมือนกันที่ซื้ออ่านผ่าน Kindle ปกติเห็นเค้าใช้ Kindle อ่านกันใน Subway กันเยอะเหมือนกัน ชอบมากๆ เพราะมันสามารถ Sync มาอ่านบน PC ได้ด้วย จริงๆไม่จำเป็นต้องซื้อเจ้าตัว Kindle มาใช้ก็ได้นะ แต่ตอนนี้ชักจะอยากได้ไอ้เจ้า iPad และตอนแรกไม่อยากได้เพราะมันแลดูไม่มีอะไรเลย ซึ่งตอนนี้ก็ไม่มีอะไรเหมือนเดิมนั่นแหละ แต่อยากลองอ่านเพราะมัน Sync กันหมดเลย ต่อไปคงเห็นเราซื้อหนังสืออ่านบ่อย(มั้ง) เพราะว่ามันเป็น Digital ไม่มียับ เหมือนมีห้องสมุดของตัวเอง Online เลย อ่านที่ไหนก็ได้ อิอิ ว่าแล้วขอตัวไปอ่านต่อก่อนนะกำลังหนุกเลย</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://iam.ekapol.com/2010/02/07/its-your-time-joel-osteen/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

