I am a New Yorker
Following on Twitter and Facebook in New York City
Saturday, February 13, 2010 13:47 No Commentsช่วงนี้เดินไปตามถนนบนเกาะ Manhattan บ่อยมากพอสมควร โดนคนนู้นลากไปทีคนนี้ลากไปที ไปเองบ้างก็มี ตอนที่เดินไปตามถนนหาทางตามร้่านค้าต่างๆ ผมสังเกตุเห็นว่าเค้าจะมีป้ายเขียนไว้ว่า Follow Me on Twitter and Facebook เยอะแยะมากมายครับ ทั้งในลักษณะที่เป็นร้านค้าและตัวบุคคล บอกได้เลยว่ากระแส Follow กันนี้มาแรงมากๆ ครับ ในเมกาทั้ง Shop ข้างถนนต่างๆ ตาม Shop ออนไลน์ก็มีเยอะมากครับ พวกเสื้อผ้าอะไรแบบนี้ เรียกว่าจะทุกเว็บเลยก็ได้ ไม่รู้ว่าที่เมืองไทยมีการโปรโมทสินค้าและบริการต่างๆ ผ่านทาง Social Network กันเยอะมากหรือเปล่าอะครับ? เพราะช่วงตอนที่ใครๆ ก็เล่น Facebook กับ Twitter กันผมไม่ได้อยู่ที่ไทยซะด้วยสิ เลยไม่ได้สังเกตว่าที่ไทยเป็นยังไงกันบ้าง ที่รู้ๆที่นี่ Twitter กับ Facebook มีประโยชน์มากๆ ในการโปรโมทสินค้าและส่งข่าวสารให้กับ กลุ่มสมาชิกที่สนใจในสินค้าและบริการมากครับ ทำให้คนที่เป็นสมาชิกรู้สึกว่าได้รับอะไรจากการเป็นสมาชิกจริงๆครับ ไม่ใช่แค่เข้่าเป็นสมาชิก แล้วก็ไม่ค่อยจะมีอะไรอัพเดทเหมือนเว็บในบ้านเรา
ปัญหาการเริ่มต้นชีวิตช้าของผู้ชายเกาหลี
Saturday, February 13, 2010 10:43 No Commentsเพื่อนผู้ชายเกาหลีของผมหลายคนเล่าให้ผมฟังว่า ปัญหาหนึ่งของคนเกาหลีก็คือการเข้าเกณฑ์ทหาร เพราะเมื่อชายเกาหลีอายุ 20 ปีจะต้องถูกเกณฑ์ทหารทันทีไม่มีข้อยกเว้นเหมือนประเทศไทยครับ ที่มีการจับใบดำใบแดงเสี่ยงดวงกัน ทำให้ชายเกาหลีทุกคนต้อง Drop การเรียนจากโรงเรียน เมื่อพ้นจากการเป็นทหาร 2 ปี จึงค่อยกลับมาเรียนต่อ เห็นว่าทางรัฐบาลเกาหลีมีแผลจะปรับลด ให้เหลือการฝึกสักประมาณปีครึ่งในเร็วๆ นี้ ปัญหาคืออะไร สังเกตุว่าชายเกาลีจะจบมหาลัยช้ากว่าบ้านเราประมาณ 2 ปี ปกติคนไทยจะจบตอนอายุ 21-22 ปี แต่คนเกาหลีจะจบประมาณอายุ 23-24 ปี นั่นหมายถึงว่า กว่าพวกเค้าจะได้งาน กว่าพวกเค้าจะเริ่มเรียนรู้ชีวิตการทำงาน กว่าจะตั้งตัวและพร้อมที่จะมีครอบครัวได้ จะค่อนข้างช้ากว่าประเทศอย่างเรามาก อีกอย่างประเทศเกาหลีค่อนข้างแข่งขันกันในเรื่องการหางาน หนักกว่าบ้านเราเยอะครับ ยิ่งสำหรับคนที่ออกมาเรียนภาษาที่ต่างประเทศต่อก่อนจบมหาลัย กว่าจะกลับไปเรียนต่อที่มหาลัยก็ประมาณอายุ 25-26 อะครับ ช้ามากๆ
รู้ป่าวว่าคนเกาหลีมีวันเกิน 2 วัน ใน 1 ปี
Saturday, February 13, 2010 4:08 No Commentsฟังทีแรกๆ ผมก็งงนะครับ ทำไมคนเกาลีถึงมีวันเกิน 2 วันหว่า ตอนแรกผมก็ไม่รู้หรอก ผมถามวันเกิดเพื่อนเกาหลีที่เพิ่งรู้จักกันคนนึง เทอใช้เวลาในการคิดนานมากๆ เดินดูปฏิทินไปมาอยู่หลายรอบเอ๊ะวันนี้แหละ ไม่ใช่สิวันนั้นสิ กว่าจะตอบผมได้นานมากๆ เล่นเอาจนผมปวดหัวเลย คนบ้าอะไรหว่าวันเกิดตัวเองยังจำไม่ได้ (คิดในใจจำชื่อผมได้ป่าวเนี่ย) ผมก็ถามไปว่าทำไมวันเกิดตัวเองยังจำไม่ได้ เทอเล่าให้ผมฟังว่าที่ประเทศเกาหลีมันมีปฏิทิน 2 ปฏิทิน ที่ใช้กัน อันนึงก็เป็นปฏิทินสากลที่เราใช้กันนี่แหละ ส่วนอีกอันนึงเป็นปฏิทินที่เรียกว่า Lunar Calendar หรือปฏิทินดวงจันทร์ ผมคิดว่ามันคงคล้ายๆ กับปฏิทินที่มีข้างขึ้นข้างแรมแบบบ้านเรานี่แหละมั้ง อันนี้ผมไม่รู้รายละเอียดมาก ผมก็เลยไปถามๆ เพื่อนเกาหลีคนอื่นๆ อีกหลายคน เค้าบอกว่าปกติคนเกาหลีมักจะใช้ Lunar Calendar ฉลองวันเกิดกันมากกว่า ซึ่งในแต่ละปีวันจะไม่ตรงกันกับปฏิทินสากล แล้วก็บางครั้งก็มีการฉลองกันในปฏิทินลากลแต่ไม่นิยมมาก
เมื่อลองพูดภาษาเกาหลีให้เพื่อนเกาหลีฟัง
Saturday, February 13, 2010 3:31 No Commentsเมื่อก่อนเป็นคนที่ชอบดูหนังเกาหลีมากครับตั้งแต่ Full House เข้ามา ก็เลยดูต่อมาเรื่อยๆ แต่ช่วงหลังๆก็ไม่ได้ดูเท่าไหร่ พอมาเรียนภาษาที่ต่างประเทศมีเพื่อนเกาหลีเยอะมากๆ ก็เลยลองไปศึกษามาบ้างนิดหน่อย ก็ได้ไม่กี่คำหรอกครับไม่ใช่เรื่องง่ายเลยทีเดียว ที่ทำได้ตอนนี้ก็คือสะกดชื่อเพื่อนเป็นภาษาได้ แต่ก็ได้สักประมาณ 90% บางคำก็สะกดไม่ถูกเหมือนกัน เมื่อวานมีเพื่อนเกาหลีผู้หญิงใน Class เพิ่งรู้จักกันได้ไม่นาน (น่ารักด้วย) บอกให้ผมลองพูดภาษาเกาหลีให้ฟังสักประโยคหน่อยดิ ก็คิดอยู่แปบนึง จะพูดไรให้ฟังดีหว่า รู้จักอยู่ไม่กี่ประโยค พอดีตอนนั้นรู้สึกง่วงก็เลย พูดออกไปว่า 자고 싶어 (ja-ko chi-pa) แปลว่า I want to sleep เพื่อนเกาหลีคนนั้นทำหน้าตกใจมาก ผมก็คิดว่าคงงงว่าผมรู้คำนี้่ได้ไง ก็ไม่ได้คิดไร เธอถามผมกลับมาว่า What did you say? ผมก็เลย repeat ไปว่า 자고 싶어 อีกครั้ง เธอถามผมกลับมาว่า Do you know the meaning? ผมตอบกลับไปว่า Right! i [...]
It's Your Time - Joel Osteen
Sunday, February 7, 2010 3:22 No Commentsวันนี้ไม่ได้ทำงานเลยเดินเข้าไป Borders Book Store หาหนังสือมาอ่านเล่น เพราะเทอมนี้ต้องอ่านหนังสือเอาไป Present คนละ 2 เล่ม เดินวนอยู่พักใหญ่เลยอ่านอะไรดีกว่า?? มาจ๊ะเอ๋กันที่แผงหนังสือขายดี เห็นชื่อ It's Your Time เอ๊ะสะดุดตามากหยิบมาอ่าน Review ดูใช่เลยแนวนี้เลยที่ชอบอ่านเลย แต่เล่มตั้ง USD $25 แหนะ แต่หนังสือเค้าดีจริง จริงๆเรื่องนี้ไม่อยู่ใน List ที่อาจารย์ให้อ่านหรอกแต่ไม่สน อยากอ่านที่ตัวเองอยากอ่านมากกว่าอะ หลังจากได้หนังสือ ก็เดินหามุมอ่านในร้านนั่นแหละ คนนั่งเยอะไม่หมดเลยไม่มีที่นั่งเลยต้องนั่งกับพื้นอ่าน จิ๊บกาแฟร้อนๆสักหน่อย อืมมมม บรรกาศดีมาก 555+ อ่านไปก็ขำไปก็มันเขียนได้ดีมาก สมแล้วที่ได้ Best Sellers ของ New York Times อ่านไปได้ 3 Chapters จากทั้งหมด 23 ก็ไวเหมือนกันเนอะ ใช้ศัพท์ไม่ยากแถมสนุกทำให้อ่านได้ไวมาก ชอบมากๆเลย กะว่าเดี๋ยววันไหนว่างจะเข้าไปหยิบหนังสือมาอ่านเล่นในนั้นอีก อีกอย่างที่ชอบนะเคยอ่านหนังสือแนวนี้ที่เป็นภาษาไทย รู้สึกเลยว่ามันแตกต่างกันมากนะ ในเชิงแนวความคิดแหละหลายๆอย่าง [...]
