I am a New Yorker
ผมขอเป็น New Yorker (ตอนที่ 6)
Sunday, June 6, 2010 4:41 2 Commentsตอน : เตรียมพร้อมไปนิวยอร์ค หลังจากวันที่ไปสัมภาษณ์ วีซ่าและผมรู้ว่าตัวเองได้บินไปเมกาแน่ๆ ผมมีเวลาเตรียมตัวประมาณ 1 เดือนพอดีครับ ช่วง 15 วันแรกเป็นช่วงที่ผมต้องสะสางงานที่บริษัทให้เรียบร้อยครับ ช่วงนี้ผมยังพักอยู่กรุงเทพครับ เพื่อนผมที่อยู่ที่นิวยอร์ครีบโทรมาหาผมทันทีหลังจากที่ผมได้วีซ่า เพื่อนผมจะเป็นคนจัดการเรื่องที่พักในเมกาให้ เพราะจะย้ายมาพักอยู่ด้วยกันเป็นห้อง 2 คน และบอกให้ผมเตรียมตัวให้พร้อม สิ่งแรกทีเพื่อนผมบอกให้เตรียมตัวก็คือ ไปเรียนทำขนมไทยซะจะได้มีช่องทางทำมาหากินที่เมกาได้ ตอนนั้นผมไม่รู้จริงๆ ว่ามันเป็นยังไงนึกภาพไม่ออกจริงๆ โอเคไปเรียนก็ได้เรา โปรแกรมเมอร์ อย่างผมทำอาหารไทยยังทำไม่เป็น แต่ต้องเข้าคอร์สทำขนมไทย ผมเองยังอดขำตัวเองไม่ได้เลยครับ นั่งหาข้อมูลคอร์สเรียนทำขนมไทยอยู่พักนึก ก็มาเจอของสวนดุสิตครับเป็นคอร์สสั้นๆ ครับ เรียน 2 วันเสาร์อาทิตย์ ราคา 3000 บาทครับ จ่ายตังไปเรียบร้อยและ เพื่อนโทรมาบอกว่าจดให้หมดนะ ถึงเมกาแล้วผมต้องไปสอนเพื่อนผมทำด้วยนะ โอเคผมจะพยายามนะเพื่อน วันเรียนผมตื่นไปเข้าห้องเรียนแต่เช้า ในห้องมีคนเรียนประมาณ 16-18 คนได้นะครับถ้าจำไม่ผิด ทุกคนมองผมเป็นสายตาเดียวกัน เพราะผมเป็นผู้ชายคนเดียวในห้อง คงแอบคิดในใจกันว่าผมเป็นชายแท้หรือเปล่า ทำไมถึงมาเรียนทำขนมไทย ขอย้ำครับ ผมเป็นชายแท้ยิ่งกว่าแท้ซะอีกครับผม
ผมขอเป็น New Yorker (ตอนที่ 5)
Sunday, May 30, 2010 5:27 2 Commentsตอน : สัมภาษณ์วีซ่า การเตรียมตัวสัมภาษณ์วีซ่าของผมนั้น ผมเตรียมตัวเรื่องเอกสารเองโดยไม่ได้ผ่านเอเจนซี่ เนื่องจากเพื่อนของผมบอกว่าทำเองก็ได้ไม่อยากหรอก ตอนนั้นผมเองก็ไม่รู้อะไรหรอกครับเพื่อนผมว่าไงผมก็ว่างั้น ผมเข้าใจว่าการขอวีซ่ามาเมกานั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ยิ่งผมต้องทำทุกอย่างเองก็แอบเป็นกังวลนิดหน่อย กลัวจะไปไม่ถึงฝันถ้าขอวีซ่าไม่ผ่าน ช่วงนั้นผมศึกษาข้อมูลทางอินเตอร์เน็ตอยู่พักใหญ่เลยครับ หลักๆก็จะเปิดเข้าห้อง ไกลบ้าน ของเว็บพันทิพย์ แล้วก็บล็อกของคุณ Susie ที่ให้ความรู้เกี่ยวกับการขอวีซ่ามาเมกาครับ 2 เว็บนี้ เป็นเว็บที่มีประโยชน์มากสำหรับคนที่กำลังเครียมตัวมาเมกาครับ วีซ่าที่ผมขอมานั้นเป็นประเภท F1 หรือวีซ่านักเรียนนั่นเอง เป็นวีซ่าที่มาแล้วต้องมาเรียนอย่างเดียวห้ามทำงาน งานแอบทำได้ครับแต่ถ้าเค้าตรวจขึ้นมาก็อาจจะโดนได้ แต่จริงๆผมไม่เคยเห็นเค้ามาตรวจนะครับ เพราะคนไทยที่มาที่นี่ก็ถือวีซ่า F1 แล้วทำงานร้านอาหารไทยกันทั้งนั้นครับ
ผมขอเป็น New Yorker (ตอนที่ 4)
Saturday, May 22, 2010 7:14 No Commentsตอน : เก็บเงินสานฝัน มาถึงสิ่งที่สำคัญที่จะทำให้เรามาเมืองนอกได้นั่นก็คือ ตังในกระเป๋า นั่นเองครับ สำหรับผมก็คิดในใจนะครับว่า ถ้าผมเป็นลูกคนเดียวหัวแก้วหัวแหวน ผมคงขอเงินก้อนแรกเพื่อไปเริ่มต้น เพื่อไปใช้ชีวิตที่เมืองนอกได้ไม่อยากไม่ง่าย แต่นี่ผมมีพี่น้องตั้ง 5 คน เกือบครึ่งโหลแหนะครับ ทำอะไรก็ต้องแอบคิดถึงน้องๆ บ้าง ทำไงดี คิด คิด คิด... โอเค โอเค หมดเวลา เลิกคิดได้แล้ว ได้เวลาลุยกับความจริงก่อนที่ความฝันมันจะลอยหายไป ไม่สนและตั้งใจหาตังไปเมืองนอกดีกว่าเรา ผมเริ่มสมัครงานเพื่อจะได้ เรียนรู้ชีวิตการทำงานหลังจากจบมหาลัย และเป้าหมายที่สำคัญก็คือเพื่อผมจะเก็บตังไปเรียนภาษาที่เมืองนอก ภายในอีก 2 ปีข้างหน้าตามที่วางแผนไว้ครับ แต่สำหรับผมมันไม่ง่ายเลย เพราะผมเรียนจบมาในสาขาที่เกี่ยวกับเลขครับ แต่งานที่อยากทำก็คือ สายงานทางคอมพิวเตอร์ เพราะผมชอบเป็นการส่วนตัว ผมเดินสมัครงานอยู่พักใหญ่ครับ แต่ไม่มีใครรับผมเลย เนื่องจากผมจบไม่ตรงกับสายงานที่เค้าต้องการ แอบเครียดอยู่สักพักนึงจะตกงานป่าวหว่าเรา
ผมขอเป็น New Yorker (ตอนที่ 3)
Friday, May 21, 2010 5:07 1 Commentเมื่อผมเริ่มที่จะมาทำความฝันที่จะมา New York ให้ได้นั้น อุปสรรค์ต่างๆ นาๆ ก็เริ่มโถมเข้ามามากมาย อุปสรรค์หนึ่งก็คือเรื่องเงินครับ เพราะผมและครอบครัวของผมไม่รู้ว่า มาแล้วจะต้องใช้เงินเท่าไหร่ แล้วมาถึงจะหาเงินมา Support ค่าใช้จ่ายได้จากทางไหนบ้าง แล้วทางที่มีนั้นจะทำได้จริงหรือเป่า บอกตรงๆ ว่าบ้านผมไม่ได้รวยครับมีแต่เงินหมุน ไม่ได้มีเงินก้อนใหญ่ๆ ที่คิดจะใช้ก็ใช้เลยโดนไม่จำเป็น หรือใช้ไปแล้วมองไม่เห็นอนาคตของเงิน แต่ถ้ามันจำเป็นจริงๆที่จะต้องใช้ก็สามารถแบ่งออกมาใช้ได้ครับ แน่นอนครับการมา New York คือลงทุนที่มองไม่เห็นภาพและอนาคตที่ชัดเจนใจสายตาของครอบครัวผม แต่มีสิ่งหนึ่งที่ผมว่ามันเป็นอุปสรรค์ที่ใหญ่กว่าเรื่องเงินก็คือ อุปสรรค์ทางความคิดและสภาพแวดล้อมรอบข้าง ครอบครัวผมบอกผมว่า ได้เรียนจนจบมหาลัยก็บุญแล้ว แถวบ้านเราไม่มีใครได้เรียนสูงขนาดนี้หรอกนะ จะไปทำไมกันเมืองนอกเมืองนาทำไม อยู่เมืองไทยก็ดีถมเถไป ไปแล้วกลับมาจะทำไร ไปแล้วเราจะเอาภาษาที่ได้ไปใช้ทำอะไรบ้างหล่ะ ไปแล้วจะติดต่อกันยังไง จะไปกี่นาน ถ้าเกิดคนที่บ้านเป็นไรไปจะทำยังไง อันนี้เป็นคำถามที่ครอบครัวของผมถามผมมา แน่นอนครับผมมีคำตอบของผมที่ผมตอบไป แต่ครอบคัวของผมไม่ได้เข้าใจและคิดเหมือนที่ผมคิด ตอนแรกผมก็คิดไม่ออกที่จะแก้ปัญหานี้ยังไงนะครับ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมคิดว่ามันจะทำให้ผมผ่านอุปสรรค์เหล่านี้ไปได้ ก็คือผมต้องใช้ทั้งเหตุผลและเวลา ผมรู้ว่ามันมีจุดที่ยอมรับและเข้าใจกันได้ แต่สุดท้ายผมก็ใช้เหตุผลและเวลามาทำให้ครอบครัวของผมค่อยๆ เข้าใจจนได้
ผมขอเป็น New Yorker (ตอนที่ 2)
Thursday, May 13, 2010 5:12 6 Commentsหลังจากที่ผมตั้งเป้าหมายกับชีวิตได้ว่า ผมจะต้องไปยืนบนจุดที่สูงสุด เพื่อให้ผมได้เห็นชีวิตที่มีความแตกต่างกันในทุกๆ ระดับ และเพื่อให้ผมสามารถที่จะยืนบนทุกๆ ส่วนของโลกใบนี้ได้ การเริ่มต้นฝันฝ่าเพื่อให้ผมได้เป็น New Yorker ก็ถึงเวลาเริ่มต้นขึ้น ตอนที่ผมคิดเรื่องนี้ผมเป็นช่วงเวลาที่ผม กำลังเรียนอยู่ปีสี่ ตอนนั้นก็แอบคิดเสียดายอยู่เหมือนกันนะครับว่า ทำไมผมไม่มา Work & Travel ที่ New York ก่อนหน้านี้ เพราะถ้าผมขอ Visa มา Work & Travel ตอนเรียนปีสี่ คงจะไม่มีใครให้ผมแน่ๆ หรือได้ก็เป็นเรื่องยาก เพราะผมไม่มีพันธะผูกพันธ์ที่จะกลับเมืองไทยเพื่อเรียนต่อนั่นเอง มาคิดตอนนี้ก็คงจะสายไป สิ่งที่ทำได้ตอนนั้นก็คือ มีทางอื่นอีกมั้ย ที่จะทำให้เราได้ไปตามฝัน ผมก็พยายามเปิดเว็บไซต์ หาข้อมูลถาม โทรถามเพื่อนที่เคยมาโครงการแลกเปลี่ยนหรือ AFS ที่เมกา ถามเพื่อนที่เคยมา Work & Travel พยายามอยู่พักใหญ่ครับ เพราะตั้งใจว่าจบปีสี่จะไปเลย ได้ข้อมูลมามากมาย แต่พอเริ่มเอาเรื่องนี้ไปคุยกับที่บ้าน ความฝันก็จบสลาย ซะตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มทำอะไรเลย
