I am a New Yorker
ผมขอเป็น New Yorker (ตอนที่ 7)
Wednesday, June 9, 2010 4:00 No Commentsตอน : พร้อมบิน ช่วงที่ผมเตรียมพร้อมเรื่องกระเป๋าอยู่ นั้น สิ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือการไปแลกเงินครับ จะไปได้ยังไงถ้าไม่มีเงินติดตัวไป ผมจัดแจงหาแหล่งแลกเงินที่ถูกที่สุด เพื่อให้ได้เงินดอลล่าร์มาให้มากที่สุดครับ ผมใช้บริการแลกเงินแหล่งหนึ่งตรงข้ามกับ Central World ผมว่าเพื่อนๆ หลายคนที่เคยแลกเงินบ่อยๆ น่าจะรู้จักกันนะครับ เพราะถ้าผมไปแลกที่ธนาคารจะได้อัตราแลกเปลี่ยนที่ค่อนข้างแพงกว่า อีกอย่างไม่ใช่ธนาคารทุกสาขาที่สามารถแลกเงินได้ครับ จำได้ว่าธนาคารต่างจังหวัดแถวบ้านผม ไม่มีบริการให้แลกเงินต่างประเทศ ซึ่งก็ทำให้ผมงงมากอยู่เหมือนกัน ทำไมถึงแลกไม่ได้หว่า ผมเอาเงินที่ ผมเตรียมไว้ทั้งหมดไปแลกครับ จำได้ว่าอัตราแลกเปลี่ยนตอนนั้นอยู่ที่ประมาณ 35.10 บาทต่อดอลล่าห์ครับ และเป็นที่น่าเจ็บใจมากครับเพราะวันที่ผมบินไป อัตราแลกเปลี่ยนเงินที่สนามบินวันนั้นดันถูกว่า ที่ผมไปแลกมาซะอีก โอ้ยจะบ้าตายเงินหายไป 100 กว่าดอลล่าห์ได้ อุส่าไปแลกตั้งไกล สาเหตุที่ผมแลกเงินไปทั้งหมด เพราะเพื่อนผมบอกให้ผมพกเงินสดใส่ประเป๋าไปเลย โอ้ยแอบเสียวเหมือนกันนะเนี่ย เกิดมายังไม่เคยพกเงินสดเยอะๆ ขนาดนั้นเลย โอเค สดก็สดวัดใจกันไปเลย
ผมขอเป็น New Yorker (ตอนที่ 6)
Sunday, June 6, 2010 4:41 1 Commentตอน : เตรียมพร้อมไปนิวยอร์ค หลังจากวันที่ไปสัมภาษณ์ วีซ่าและผมรู้ว่าตัวเองได้บินไปเมกาแน่ๆ ผมมีเวลาเตรียมตัวประมาณ 1 เดือนพอดีครับ ช่วง 15 วันแรกเป็นช่วงที่ผมต้องสะสางงานที่บริษัทให้เรียบร้อยครับ ช่วงนี้ผมยังพักอยู่กรุงเทพครับ เพื่อนผมที่อยู่ที่นิวยอร์ครีบโทรมาหาผมทันทีหลังจากที่ผมได้วีซ่า เพื่อนผมจะเป็นคนจัดการเรื่องที่พักในเมกาให้ เพราะจะย้ายมาพักอยู่ด้วยกันเป็นห้อง 2 คน และบอกให้ผมเตรียมตัวให้พร้อม สิ่งแรกทีเพื่อนผมบอกให้เตรียมตัวก็คือ ไปเรียนทำขนมไทยซะจะได้มีช่องทางทำมาหากินที่เมกาได้ ตอนนั้นผมไม่รู้จริงๆ ว่ามันเป็นยังไงนึกภาพไม่ออกจริงๆ โอเคไปเรียนก็ได้เรา โปรแกรมเมอร์ อย่างผมทำอาหารไทยยังทำไม่เป็น แต่ต้องเข้าคอร์สทำขนมไทย ผมเองยังอดขำตัวเองไม่ได้เลยครับ นั่งหาข้อมูลคอร์สเรียนทำขนมไทยอยู่พักนึก ก็มาเจอของสวนดุสิตครับเป็นคอร์สสั้นๆ ครับ เรียน 2 วันเสาร์อาทิตย์ ราคา 3000 บาทครับ จ่ายตังไปเรียบร้อยและ เพื่อนโทรมาบอกว่าจดให้หมดนะ ถึงเมกาแล้วผมต้องไปสอนเพื่อนผมทำด้วยนะ โอเคผมจะพยายามนะเพื่อน วันเรียนผมตื่นไปเข้าห้องเรียนแต่เช้า ในห้องมีคนเรียนประมาณ 16-18 คนได้นะครับถ้าจำไม่ผิด ทุกคนมองผมเป็นสายตาเดียวกัน เพราะผมเป็นผู้ชายคนเดียวในห้อง คงแอบคิดในใจกันว่าผมเป็นชายแท้หรือเปล่า ทำไมถึงมาเรียนทำขนมไทย ขอย้ำครับ ผมเป็นชายแท้ยิ่งกว่าแท้ซะอีกครับผม
ผมขอเป็น New Yorker (ตอนที่ 5)
Sunday, May 30, 2010 5:27 No Commentsตอน : สัมภาษณ์วีซ่า การเตรียมตัวสัมภาษณ์วีซ่าของผมนั้น ผมเตรียมตัวเรื่องเอกสารเองโดยไม่ได้ผ่านเอเจนซี่ เนื่องจากเพื่อนของผมบอกว่าทำเองก็ได้ไม่อยากหรอก ตอนนั้นผมเองก็ไม่รู้อะไรหรอกครับเพื่อนผมว่าไงผมก็ว่างั้น ผมเข้าใจว่าการขอวีซ่ามาเมกานั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ยิ่งผมต้องทำทุกอย่างเองก็แอบเป็นกังวลนิดหน่อย กลัวจะไปไม่ถึงฝันถ้าขอวีซ่าไม่ผ่าน ช่วงนั้นผมศึกษาข้อมูลทางอินเตอร์เน็ตอยู่พักใหญ่เลยครับ หลักๆก็จะเปิดเข้าห้อง ไกลบ้าน ของเว็บพันทิพย์ แล้วก็บล็อกของคุณ Susie ที่ให้ความรู้เกี่ยวกับการขอวีซ่ามาเมกาครับ 2 เว็บนี้ เป็นเว็บที่มีประโยชน์มากสำหรับคนที่กำลังเครียมตัวมาเมกาครับ วีซ่าที่ผมขอมานั้นเป็นประเภท F1 หรือวีซ่านักเรียนนั่นเอง เป็นวีซ่าที่มาแล้วต้องมาเรียนอย่างเดียวห้ามทำงาน งานแอบทำได้ครับแต่ถ้าเค้าตรวจขึ้นมาก็อาจจะโดนได้ แต่จริงๆผมไม่เคยเห็นเค้ามาตรวจนะครับ เพราะคนไทยที่มาที่นี่ก็ถือวีซ่า F1 แล้วทำงานร้านอาหารไทยกันทั้งนั้นครับ
ผมขอเป็น New Yorker (ตอนที่ 4)
Saturday, May 22, 2010 7:14 No Commentsตอน : เก็บเงินสานฝัน มาถึงสิ่งที่สำคัญที่จะทำให้เรามาเมืองนอกได้นั่นก็คือ ตังในกระเป๋า นั่นเองครับ สำหรับผมก็คิดในใจนะครับว่า ถ้าผมเป็นลูกคนเดียวหัวแก้วหัวแหวน ผมคงขอเงินก้อนแรกเพื่อไปเริ่มต้น เพื่อไปใช้ชีวิตที่เมืองนอกได้ไม่อยากไม่ง่าย แต่นี่ผมมีพี่น้องตั้ง 5 คน เกือบครึ่งโหลแหนะครับ ทำอะไรก็ต้องแอบคิดถึงน้องๆ บ้าง ทำไงดี คิด คิด คิด… โอเค โอเค หมดเวลา เลิกคิดได้แล้ว ได้เวลาลุยกับความจริงก่อนที่ความฝันมันจะลอยหายไป ไม่สนและตั้งใจหาตังไปเมืองนอกดีกว่าเรา ผมเริ่มสมัครงานเพื่อจะได้ เรียนรู้ชีวิตการทำงานหลังจากจบมหาลัย และเป้าหมายที่สำคัญก็คือเพื่อผมจะเก็บตังไปเรียนภาษาที่เมืองนอก ภายในอีก 2 ปีข้างหน้าตามที่วางแผนไว้ครับ แต่สำหรับผมมันไม่ง่ายเลย เพราะผมเรียนจบมาในสาขาที่เกี่ยวกับเลขครับ แต่งานที่อยากทำก็คือ สายงานทางคอมพิวเตอร์ เพราะผมชอบเป็นการส่วนตัว ผมเดินสมัครงานอยู่พักใหญ่ครับ แต่ไม่มีใครรับผมเลย เนื่องจากผมจบไม่ตรงกับสายงานที่เค้าต้องการ แอบเครียดอยู่สักพักนึงจะตกงานป่าวหว่าเรา
ผมขอเป็น New Yorker (ตอนที่ 3)
Friday, May 21, 2010 5:07 No Commentsเมื่อผมเริ่มที่จะมาทำความฝันที่จะมา New York ให้ได้นั้น อุปสรรค์ต่างๆ นาๆ ก็เริ่มโถมเข้ามามากมาย อุปสรรค์หนึ่งก็คือเรื่องเงินครับ เพราะผมและครอบครัวของผมไม่รู้ว่า มาแล้วจะต้องใช้เงินเท่าไหร่ แล้วมาถึงจะหาเงินมา Support ค่าใช้จ่ายได้จากทางไหนบ้าง แล้วทางที่มีนั้นจะทำได้จริงหรือเป่า บอกตรงๆ ว่าบ้านผมไม่ได้รวยครับมีแต่เงินหมุน ไม่ได้มีเงินก้อนใหญ่ๆ ที่คิดจะใช้ก็ใช้เลยโดนไม่จำเป็น หรือใช้ไปแล้วมองไม่เห็นอนาคตของเงิน แต่ถ้ามันจำเป็นจริงๆที่จะต้องใช้ก็สามารถแบ่งออกมาใช้ได้ครับ แน่นอนครับการมา New York คือลงทุนที่มองไม่เห็นภาพและอนาคตที่ชัดเจนใจสายตาของครอบครัวผม แต่มีสิ่งหนึ่งที่ผมว่ามันเป็นอุปสรรค์ที่ใหญ่กว่าเรื่องเงินก็คือ อุปสรรค์ทางความคิดและสภาพแวดล้อมรอบข้าง ครอบครัวผมบอกผมว่า ได้เรียนจนจบมหาลัยก็บุญแล้ว แถวบ้านเราไม่มีใครได้เรียนสูงขนาดนี้หรอกนะ จะไปทำไมกันเมืองนอกเมืองนาทำไม อยู่เมืองไทยก็ดีถมเถไป ไปแล้วกลับมาจะทำไร ไปแล้วเราจะเอาภาษาที่ได้ไปใช้ทำอะไรบ้างหล่ะ ไปแล้วจะติดต่อกันยังไง จะไปกี่นาน ถ้าเกิดคนที่บ้านเป็นไรไปจะทำยังไง อันนี้เป็นคำถามที่ครอบครัวของผมถามผมมา แน่นอนครับผมมีคำตอบของผมที่ผมตอบไป แต่ครอบคัวของผมไม่ได้เข้าใจและคิดเหมือนที่ผมคิด ตอนแรกผมก็คิดไม่ออกที่จะแก้ปัญหานี้ยังไงนะครับ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมคิดว่ามันจะทำให้ผมผ่านอุปสรรค์เหล่านี้ไปได้ ก็คือผมต้องใช้ทั้งเหตุผลและเวลา ผมรู้ว่ามันมีจุดที่ยอมรับและเข้าใจกันได้ แต่สุดท้ายผมก็ใช้เหตุผลและเวลามาทำให้ครอบครัวของผมค่อยๆ เข้าใจจนได้