ผมขอเป็น New Yorker (ตอนที่ 11)

Wednesday, October 19, 2011 4:12

ตอน : วันแรกที่ไม่ราบรื่น

ตื่นเช้าขึ้นมาวันแรกประมาณ 10 โมงได้ ลืมตาขึ้นในห้องใต้หลังคาสามเหลี่ยม หันซ้ายหันขวาไม่เจอใครเพราะว่าเพื่อนของผมออกไปทำงานแล้ว เอายังไงดีเราจะทำอะไรก่อนดี หิวซะแล้วซิเรา อาบน้ำก่อนแล้วค่อนเดินออกไปหาอะไรกินดีกว่า แต่ว่าจะไปหาอะไรกินที่ไหนดีเรา เอางี้เดินไปเรื่อยๆ ก่อน เดี๋ยวคงจะมีอะไรให้ผมซื้อกินเองแหละ

เดินออกจากบ้านมาประมาณ 2 Block ได้ จะเป็นหน้าโรงพญาบาลใหญ่ชื่อว่า Elmhurst Hospital ขออธิบายคำว่า Block ให้ฟังก่อนนะครับ คนที่นี่จะมีหน่วยของระยะการเดินทางเป็น Block นะครับ ถ้านึกไม่ออกก็ลองนึกถึงบ้านของโนบิตะในการ์ตูนเรื่องโดราเอมอนดูนะครับ มันจะเป็น Block เหลี่ยมๆ ที่มีถนนรถล้อมรอบทุกทิศ คิดว่าเพื่อนๆ คงจะพอนึกภาพออกกันนะครับ เนื่องจากถนนที่นี่ใช้ระบบ Street ตัดกับ Avenue เพราะฉนั้นก็จะมีทั้ง Block สั้นและ Block ยาว

Block สั้นจะเป็น Block ระหว่าง Street ถึง Street ถัดไป
Block ยาวจะเป็น Block จาก Avenue ถึง Avenue ถัดไป
ถ้าบอกว่าทางไปกี่ Block คนที่อยู่ที่นี่จะสามารถจินตนาการถึงความเหนื่อยได้เองว่า ตัวเองจะต้องเดินทางไปไกลขนาดไหน

หน้าโรงพญาบาลจะเป็นสนามเด็กเล่น มีคนเดินผ่านไปมาพลุกพล่านเต็มไปหมด ผมก็เห็นมีรถเข็นขาย Hot Dog จอดอยู่แถวหน้าโรงพยาบาล เอาแหละอาหารมื้อแรกของเรา เดินเข้าไปด้วยความมั่นใจ คิดอะไรไม่ออกก็เลยชี้นิ้วไปที่เมนูอาหารที่รู้สึกว่ามันน่ากินที่สุดและถูกที่สุด แล้วผมก็บอกคนขายว่า One คนขายก็พยักหน้าเป็นอันเข้าใจกันว่าผมต้องการ 1 ชิ้น และแล้วคนขายก็หันมาถามผมว่าจะเอาซอสอะไรอะไรใส่ไปกับ Hot Dog แต่ผมฟังไม่ออกว่าคนขายบอกว่าซอสอะไร ได้แต่ยืนทำหน้างงๆ ได้แต่พูดออกไปว่า เอ่อ คนขายก็ทำหน้าเซ้งๆ ใส่ผม ผมก็เลยบอกไปว่า You choose ประมาณว่าเลือกให้ผมหน่อยผมเลือกไม่ถูก เท่านั้นแหละครับคนขายก็ยื่นบ่นอะไรผมสักอย่าง แต่ไม่เป็นอะไรครับเพราะผมฟังไม่ออกอยู่แล้วว่าเค้าบ่นอะไรผม ไม่สนแล้วครับกินก่อนดีกว่า

ผมเพิ่งเข้าใจตอนนั้นแหละครับว่าอาหารมื้อแรกของคนที่มาใช้ชีวิตในต่างแดนมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย โดนเฉพาะคนที่ไม่เป็นภาษาอย่างผม กว่าอาหารจะตกถึงท้องได้นี่เล่นเอาเหงื่อตกกันเลยครับ ผมเพิ่งมาเข้าใจตอนหลังว่าคนขายเค้าถามผมว่าจะเอา Hot Sauce หรือ White Sauce ซึ่งเป็นซอสของอาหารที่ขายกันตามรสเข็นข้างทางที่นี่ครับ

เสร็จแล้วก็ได้เวลาท่องนิวยอร์คแล้วสิเรา เดินไปลง Subway ที่สถานี Elmhurst กะว่าจะเข้าไปเดินเล่นดูซะหน่อยว่าในเมืองเป็นยังไงบ้าง ลักษณะการใช้บัตรของที่นี่จะเป็นการรูด ไม่ต้องเสียบแล้วให้เด้งเหมือนรถไฟฟ้า BTS เมืองไทย ถ้าเรารูดแล้วมีไฟสีเขียวขึ้นว่า Go ก็พลักประตูแล้วเข้าไปได้เลย แต่ถ้าเรารูดเร็วเกินไปเครื่องจะบอกให้เรารูดใหม่อีกครั้ง ตรงนี้ต้องระวังนะครับตอนที่ไฟขึ้นว่า Go ให้เรารีบเข้าไปเลย ถ้าเราดันเผลอรูดบัตรซ้ำไป ในกรณีที่เราใช้บัตร Unlimited ไฟจะขึ้นว่า Just Used ซึ่งต้องรออีก 15 นาทีถึงจะกลับมารูดได้อีกครั้ง แต่ถ้าเราใช้บัตรแบบเติมเงินเราก็จะเสียค่าการเรียนรู้ความถูกผิดประมาณ 2 บาทกว่าๆ ว่าคราวหลังถ้าเขียวไฟขึ้น Go แล้วเข้าไปได้เลยนะไม่ต้องรูดซ้ำอีกรอบนะ ซึ่งผมเชื่อครับว่าคนที่มาอยู่ที่นี่หลายๆ คนรูดบัตรซ้ำกันมาทั้งนั้นครับ

เข้าไปยืนรอรถไฟในหลุม Subway รู้สึกว่าข้างในมันดูเก่ามากๆ มีขยะอยู่บนรางรถไฟด้วยแล้วแถมบางทีเห็นหนูวิ่งเล่นกันด้วยครับ อันนี้ก็ว่าไม่ได้ครับเพราะ Subway ที่นี่ถูกใช้มาเป็นร้อยปี แล้วแถมเปิดบริการตลอด 24 ชั่งโมง เอาแหละรถไฟสาย R มาแล้ว เข้าไปข้างในคนเต็มยืนกันเต็มไปหมด ผมก็ยืนโหนไปบนรถไฟนั่นแหละครับเพราะคนเยอะอยู่ ความรู้สึกตอนนั้นเหมือนกับความรู้สึกที่เราย้ายโรงเรียนแล้วเข้าไปเรียนในห้องวันแรก ตัวคนเดียวไม่รู้จักใคร เสียงของคนบนรถที่พูดกันตอนนั้น หูของผมไม่สามารถจับได้ว่าเค้าพูดอะไรกัน เป็นภาษาอังกฤษเต็มหัวผมไปหมด เหมือนผมกำลังยืนอยู่บนอีกโลกหนึ่งที่กำลังเป็นตัวอะไรสักตัวหนึ่ง

รถไฟก็วิ่งไปประมาณ 2 - 3 ป้ายผมก็เปิดดูแผนที่ที่พกมาว่าตอนนี้อยู่ตรงไหน ดูไปดูมาผมขึ้นรถไฟผิดขบวนนี่นา ผมจะเข้าเมืองแต่ทำไมรถไฟยิ่งวิ่งยิ่งออกจากเมือง ผมรีบวิ่งออกจากรถไฟมาตั้งหลักใหม่ มองดูที่ป้ายที่มีลูกศรชี้ อ่าวทำไมมันชี้ว่าไปสถานีปลายทาง Forest Hills หันไปหันมามีอีกป้ายเป็นลูกศรเขียนว่าไป Manhattan ก็เลยเดินอ้อมไปขึ้นรถไฟที่วิ่งสวนมาอีกทางหนึ่ง ซึ่งผมจะบอกอีกเหมือนกันว่าคนที่มาอยู่ที่นี่จะต้องเคยขึ้นรถไฟซึ่งวิ่งไปผิดทางกับทางที่เราต้องการจะไป มีข้อสังเกตเกี่ยวกับการขึ้นรถไฟที่นี่ครับ ถ้าเราไม่รู้ว่ารถไฟจะวิ่งไปทางซ้ายหรือทางขวา ให้ดูที่ป้ายว่าสถานีปลายทางไปสิ้นสุดที่ไหน ซึ่งถ้าเป็นสถานีรถไฟในเกาะ Manhattan ที่บ้านจะมีเขียนไว้เสมอว่า Up Town หรือ Down Town หมายถึงว่ารถไฟจะวิ่งขึ้นหรือจะวิ่งลงนั่นเอง

ผมนั่งรถไฟไปสักพักใหญ่ๆ ก็ออกจากรถไฟที่สถานี Canal ซึ่งตรงนั้นเป็นแหล่งที่เรียกว่า China Town เอาแหละลองไปเดินเล่นดูดีกว่าว่ามีอะไรน่าดูบ้าง เดินไปได้ 2 Blocks ผมเกิดอาการท้องเสียขึ้นมากระทันหัน แบบว่าไม่ไหวแล้ว เอายังไงดีเรามองซ้ายมองขวา ไม่มีห้างหรือปั้มน้ำมันเหมือนเมืองไทยเลย มาทางไหนกลับทางนั้นก็แล้วกันเรา ผมรีบวิ่งลงมานั่งรถไฟสาย R จากสถานี Canal มาลง Elmhurst บ้านพักซึ่งเป็นช่วงที่ทรมานมากครับ เพราะว่ามันเป็นระไฟสาย Local คือจะจอดทุกสถานี แต่ด้วยอารมณ์ตอนนั้นผมกลัวจะนั่งสายผิด อาจจะทำให้เรื่องเล็กเป็นเรื่องใหญ่ไปได้ ก็เลยต้องทนนั่งสาย Local กลับมาเข้าห้องน้ำที่บ้าน เพราะที่ New York เป็นเมืองที่หาห้องน้ำเข้าค่อนข้างยากมากที่เดียวครับ เพราะฉนั้นก่อนออกจากบ้านเราจะต้องมั่นใจว่าเราจะไม่ไปปวดอะไรกลางทางครับ

เริ่มต้นชีวิตวันแรกใน New York City ของผม ก็เป็นวันที่ไม่มีอะไรราบรื่นในชีวิตของผมเอาซะเลย แล้ววันต่อๆ ไปจะมีอะไรให้ได้ลุ้นได้ตื่นเต้นกับชีวิตของผมอีกบ้าง

You can leave a response, or trackback from your own site.

Leave a Reply

Protected by WP Anti Spam