ผมขอเป็น New Yorker (ตอนที่ 10)
Monday, May 2, 2011 3:22ตอน : คืนแรก
เตรียมตัวพร้อมแล้วก็เดินออกมาขึ้นรถ Toyota Celica คันหรูของเพื่อนผม ที่เพิ่งซื้อมาในราคามือสองมาประมาณ 3000 เรียญ เห็นราคาแล้วเพื่อนๆ หลายคนคงอยากได้ขึ้นมาทันทีเลยใช่มั้ยครับ อย่าเพิ่งตกใจไปครับ ราคารถที่นี่ถูกมากครับ แค่ราคาประกันที่นี่แพงใช้ได้เลยครับ เพื่อนผมขับรถพาผมไปฝากเงินที่ธนาคารซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านพักมากนัก ก็จอดรถอยู่แถวๆ ธนาคารนั่นแหละครับ แต่การจดรถที่นี่จะต้องคอยดูว่ามาป้ายห้ามจอดอยู่หรือเปล่า ถ้ามีก็ระวังด้วยเดี๋ยวอาจจะโดน Ticket ได้ โดนแล้วยุ่งยากครับต้องเสียเวลาไปจ่ายค่าปรับ ป้ายที่นี่จะเขียนประมาณว่า Except ช่วงเวลา เช่น Except Mon - Tue 8.00am-10.00am หมายถึงจอดได้ตลอดเวลายกเว้นตอน 8 โมงถึง 10 โมงเช้า ของวันจันทร์ถึงวันพุธ เพราะว่าจะมีรถทำความสะอาดถนนมาทำความสะอาดครับ ใครที่มีรถจอดไว้ก็ต้องตื่นขึ้นมาเปลี่ยนที่จอดกันใหม่แหละครับ ลำบากครับกับการมีรถขับใน New York City แนะนำให้ใช้ Subway กันดีกว่าครับ
ธนาคารที่ไปถึงนั้นมีชื่อเรียกว่า Chase ซึ่งเป็นธนาคารที่คนที่นี่นิยมใช้ค่อนข้างมากครับ ก็จะมีอีก 2 ธนาคารดังๆ ที่คนที่นี่นิยมใช้กัน คือ Citibank กับ Bank of America ธนาคารอื่นผมไม่แนะนำนะครับ เพราะจะค่อนข้างหาตู้กดเงินค่อนข้างยากมากครับ ถ้ากดข้ามธนาคารก็จะเสียค่า Fee ครับ การเข้าประไปยังตู้ ATM ของที่นี่ เราจะต้องใช้บัตร ATM เสียบที่ข้างประตู เพื่อให้ประตูเปิดออก รับรองว่าใครเปิดประตูครั้งแรกๆ จะต้องสับสนกันอยู่พักนึงครับ เพราะจะงงว่าจะต้องเสียบัตรไปทางไหน หลายๆ คนที่มาใหม่มักจะยืนติดอยู่หน้าประตูครับ เพราะเสียบบัตรแล้วประตูไม่ยอมเปิด ต้องรอคนให้คนที่มาใช้บริการคนอื่นเป็นคนเปิดให้ครับ
ผมชอบตู้ ATM ที่นี่นะครับ เพราะตอนที่เราเสียบบัตรเข้าไป เราเสียบแล้วดึงออกมาได้เลยครับ ไม่ต้องทิ้งบัตรค้างไว้ในตู้ขณะที่เราทำธุรกรรมเหมือนเมืองไทย ผมอยู่นี่มาไม่เคยลืมบัตรไว้ในตู้เลยครับ ตอนอยู่เมืองไทยผมต้องไปทำบัตรใหม่ทุกๆ 3 เดือนเพราะผมชอบลืมไว้ที่ตู้ตลอดครับ ตู้ที่นี่จะมีให้เลือกหลายภาษาครับทั้ง สเปน จีน เกาหลี ญี่ปุน ยกเว้นภาษาไทย ผมว่าดีแล้วนะครับที่ไม่มีภาษาไทย ผมฝากเงินทั้งหมดชั่วคราวในบัญชีของเพื่อน เหลือไว้แค่พอค่าใช้จ่ายไม่กี่สิบเหรียญ เงินสดที่นี่ถ้าไม่จำเป็นอย่าพกมากครับเพราะอันตรายมากๆ ถ้าเราฝากเงินเยอะๆ เป็นหลักพันที่ตู้ฝากเงิน เช่น ฝากไป 2000 เหรียญ เงินที่ตู้จะขึ้นสถานะ Available มาแค่ 1200 เหรียญ ส่วนเงิน 800 เหรียญจะถูกอยู่ในสถานะ Pending อีกประมาณ 1-2 วันเงินทั้งหมดจะค่อยกลับมาอยู่ในสถานะ Available ที่สามารถกดใช้ได้เองครับ
หลังจากนั้นเพื่อนผมก็บอกว่าพาไปเที่ยว Time Square ดีกว่าครับ มาถึง New York ก็ต้องไป Time Square ก่อน แทนที่ผมจะตื่นเต้นผมกลับหันหน้าไปถามเพื่อนทันที อะไรคือ Time Square ไม่รู้จัก ตอนนั้นไม่รู้จริงๆ ครับ เพื่อนผมบอกว่าผมเคยเห็นแล้ว อยู่ในหนังหลายๆเรื่องที่มีป้ายไฟโฆษณาใหญ่ๆ ตอนแรกก็นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออกครับ แต่พอไปถึงที่ก็ถึงบางอ้อขึ้นมาทันที อ้อที่นี่นั่นเอง ถึงที่นั่นประมาณ 3-4 ทุ่มได้ โอ้โหคนเยอะมากครับ แถมพูดอะไรกันก็ไม่รู้ ฟังไม่ออกเลย กลัวหลงสิครับโทรศัพท์ก็ยังไม่มี ได้เดินตามเพื่อนอย่างเดียวเลย ที่นั่นดูสว่างมากๆ ดูครึกคื้นมีคนเดินไปมาตลอดเวลาครับ เดินวนๆ อยู่สักพักก็เดินผ่านหน้าโรงละคร Broadway ซึ่งเป็นละครสดที่มีชื่อเสียงดังของนี่ครับ เพื่อนผมบอกว่าถ้าภาษาพอได้แล้วต้องไปดู ละคร Broadway ให้ได้สักครั้ง จะได้รู้สึกว่าได้มาใช้ชีวิตเป็นคน New York และได้มาถึงเมืองนี้แล้วอย่างจริงๆ
ได้เวลาหิวแล้วเราทำไงกันดี เพื่อนผมก็เลยพาผมไปยังร้านที่เพื่อนผมทำงานอยู่ บอกว่าเนี่ยไปกินฟรีเลยตอนเค้าเลิกงาน กินฟรี แอบคิดในใจจะดีหรอไปกินกับใครก็ไม่รู้ ไม่รู้จัก ไปเถอะจะได้แนะนำให้รู้จักคนไทยที่นี่ อีกเดี๋ยวต้องอยู่คนเดียว เผื่อมีปัญหาอะไรจะได้ให้พอมีคนช่วยเหลือกันได้ เป็นไงหล่ะครับเพื่อนผมพอจะกลับไทยเท่านั้นแหละครับ ก็เตรียมแนะนำให้รู้จักคนอื่นรอไว้เลย เผื่อผมมีปัญหาอะไรจะได้มีคนช่วยเหลือได้ มาถึงร้านก็เจอใครไม่รู้ครับเยอะแยะไปหมด พี่ที่ร้านใจดีมากๆครับทำอาหารมาให้กินเยอะแยะเลย รู้สึกว่าทำตัวไม่ถูกเหมือนกันครับ เห็นป้าคนนึงในร้านดูแต่งตัวซ่อมซ่อกว่าคนอื่นๆ ตอนแรกผมคิดว่าเป็นคนทำอาหารในครัว ที่ไหนได้เป็นเจ้าของร้านดูขึมๆ น่ากลัวๆ แต่ตัวจริงใจดีมากครับ เดินมาถามผมคำแรกเลย เอากะทะขนมครกมาป่าว ก็อ๋อขึ้นมาทันทีเลยครับ คนนี้นี่เองที่ทำให้ผมต้องแบกกะทะขนมครกขึ้นเครื่องมา New York
กินอิ่มแล้วผมก็ลาพี่ๆ ในร้านเพื่อที่จะกลับบ้าน เพื่อนผมพาผมมาแวะซื้อบัตร Subway แล้วขอแผนที่การเดินทางโดยใช้แผนที่ Subway ให้ผมก่อนเลย บัตรที่ผมซื้อมาเป็นแบบรายเดือน หมายถึงว่าเราสามารถที่จะใช้กี่รอบก็ได้ภายใน 30 วัน ตอนนั้นราคาตกอยู่ที่ 81 เหรียญนะครับถ้าจำไม่ผิด โอเคหนึ่งพรุ่งนี้ให้ใช้บัตรนี้ไปลองนั่น Subway เอาเองเลยนะ เปิดแผนที่ดูเอาเองแล้วกันนะ เดี๋ยวก็เป็นเองเพื่อน คิดในใจทำไมไม่นั่งเป็นเพื่อนสักครั้ง ทำไงได้ก็ตอนนั้นกลัวหลงหนิครับ แต่ก็โอเคครับลองเองดีกว่าจะได้นั่งเป็นไว ๆ
มาถึงตอนกลับบ้านเพื่อนผมก็ขับรถกลับบ้านปกตินี่แหละครับ แต่เหมือนจะขับเร็วไปนิดหน่อยครับ อยู่ดีดีก็มีเสียงรถตำรวจวิ่งตามหลังมาจนได้ ต้องจอดเลยครับ พูดอะไรก็ไม่รู้ครับ แต่เพื่อนมาแปลให้ฟังว่า ไม่ได้โดนข้อหาขับรถเร็วไปหรอก แต่โดนข้อหาฟีล์มมืดเกินไปต่างหาก คิดในใจตอนนั้นมันตอนกลางคืนนะครับ ยังจะตาดีเห็นอีกว่าฟีล์มมันมืดเกินไป สุดท้ายเพื่อนผมก็โดน Ticket ไปตามระเบียบครับ มาถึง New York ยังไม่ทันจะพ้นคืนแรกเลยก็มีเรื่องให้ต้องลุ้นกันแล้ว ชีวิตของผมวันพรุ่งนี้จะเป็นยังไง คงต้องได้ลุ้นกันทั้งวันแน่ๆ ครับ

ติดแก๊ส says:
July 27th, 2011 at 6:08 am
บทความดีมากๆเลยครับ ขอบคุณครับ