ผมขอเป็น New Yorker (ตอนที่ 9)
Monday, February 28, 2011 3:42ตอน : ถึงแล้วนิวยอร์ค
หลังจากที่เครื่องลงจอดที่ JFK เรียบร้อยแล้ว ผมก็เดินตามคนไทยที่เจอในเครื่องเพื่อจะมายังด่านตรวจคนเข้าเมืองหรือที่เรียกกันว่า “ต.ม.” ก่อนที่เราจะเข้าก็จะต้องกรอกเอกสารประมาณ 2 ใบ ประมาณว่ามีของกินเข้ามาหรือเปล่า มีสิ่งผิดกฎหมายมามั้ย เอาเงินเข้ามาเท่าไหร่ จริง ๆ แล้วตอนนั้นผมก็แปลไม่ออกหรอกครับ แต่เพื่อนผมบอกให้ตอบ No ไปให้หมดเพราะถ้าตอบ Yes บางที่เจ้าหน้าที่อาจจะเรียกให้เราเปิดกระเป๋าได้ อาจจะวุ่นวายไปกันใหญ่ ก่อนเข้าไปต่อแถวตรงด่านตรวจ ผมแนะนำว่าพยายามเตรียมเอกสารและกรอกเอกสารให้ครบก่อนนะครับ แล้วก็เดินเข้าแถวให้ถูกช่องนะครับ มันจะเขียนประมาณว่า Non-Immigration ถ้าเข้าผิดช่องอาจจะต้องกลับมาต่อแถวใหม่ แถมอาจจะโดนเจ้าหน้าที่งอแงใส่ด้วย
ถึงตอน ต.ม. สัมภาษณ์ก็มีเรื่องกังวลเยอะแยกมากมาย พอพอกับตอนสัมภาษณ์วีซ่าเลยก็ว่าได้ครับ จะให้ผมเข้าประเทศมั้ยน้า มาทำไร พักที่ไหน จะกลับเมื่อไหร่ อีกอย่างก็คือ กลัวจะว่าฟังไม่ออกว่าเค้าถามอะไรเรา ภาวนาขอให้เจอ ต.ม. ใจดีด้วยเถอะสาธุ ถึงคิวเราเจ้าหน้าที่ก็นั่งดูเอกสารไม่พูดไม่จาก สุดท้ายก็หันมาถามผม “First Time?” ด้วยความตกใจคิดอะไรไม่ออกก็เลยตอบ “Yes” ไปแบบไม่รู้ตัว เจ้าหน้าที่ไม่พูดไรชี้ให้ผมเดินเข้าไปเอาประเป๋าด้านในเลยครับ อะไรนะไม่ต้องตีตั๋วกลับไทยแล้วใช่มั้ยเรา อิอิ ผมนะอยากจะกระโดดกอดเจ้าหน้าที่ตรงนั้นเลย ใจดีจริง ๆ ด้วย
เดินเข้ามาหากระเป๋าซักพักบนเครื่องสายพาน อยู่ไหนหว่ากระเป๋าเรา เอ๊ะนั่นมันเชือกสีแดงที่แม่เราผูกไว้บนกระเป๋านี่น่า (แม่ผมกลัวลูกชายหากระเป๋าไม่เจอ เลยเอาเชือกสีแดงมาผูกไว้จะได้ให้เห็นชัด ๆ เยี่ยมครับ มันช่วยให้ผมหากระเป๋าได้ง่ายมาก ๆ) ลากกระเป๋าเดินมาถึงคนตรวจกระเป๋ายื่นใบตรวจของไปให้ เจ้าหน้าที่ถามผม “Food?” ผมก็ยิ้มๆ แล้วตอบไป No สิคร๊าบบ ผ่านฉลุยคับ ถ้าผมตอบ Yes ไปนี่ ผมคงต้องโดนรื้อกระเป๋ามาตรวจแน่ ๆ คร๊าบบ
ออกมาก็เดินไปหาแลกเหรียญ 25 เซ็นต์ มาหยอดตู้โทรศัพท์ โทรหาเพื่อนดีกว่า โอเค ใกล้ถึงแล้วอีก 10 นาทีเจอกันด้านนอก เพื่อนกำลังขับรถมารับ ผมก็รีบเลยครับกลัวจะหากันไม่เจอ แต่ปัญหาคือด้านนอกนี่มันตรงไหนหว่า ยืนงงอยู่พักนึงเพราะเพื่อนบอกว่าทางออกมันอยู่ชั้น 2 แต่ตอนนั้นมืดๆ มองไม่เห็นอะไร เดินไปถามคนที่ดูแต่งตัวเป็นเจ้าหน้าที่ดีกว่า จำไม่ได้ว่าพูดอะไรออกไปบ้าง แต่ใบหน้าของเจ้าหน้าที่นั้นกลายเป็นเครื่องหมายคำถามตัวใหญ่เต็มหน้าเลยครับ โอเคท่าทางเค้าจะช่วยอะไรผมไม่ได้ซะแล้ว เวลามีไม่มากเดินมั่วดีกว่าเรา เดินไปเดินมาก็เจอทางออกเข้าจนได้ครับ ซึ่งมันเป็นความซื่อบื้อของผมเองที่ไม่ได้มองป้ายอะไรเลย ทำให้เข้าใจผิดนึกว่ายืนอยู่ชั้น 1 แต่ที่ไหนได้ผมยืนอยู่ถูกชั้นแล้ว ทางออกก็อยู่ข้างๆ นั่นแหละครับ
เดินออกมารอข้างนอก เป็นช่วงเวลาที่ฝนตกหนักเพิ่งจะผ่านไปเหลือแต่ละอองฝนปอยๆ อากาศหนาวเย็นยะเยือกครับ คิดว่าไม่น่าจะเกิน 5 องศาได้ครับ ดีนะที่ผมเตรียมเสื้อกันหนาวเผื่อมาด้วย ไม่งั้นยืนหนาวตายแน่ๆ เป็นครั้งแรกที่ผมหายใจออกมาเป็นไอเหมือนในหนังเกาหลีเลยครับ ผมก็เลยเล่นหายใจเข้าทางจมูกแล้วก็หายใจออกทางปากซะเลย ไอจะได้ออกมาเยอะๆ สนุกดีครับ ลมที่นี่หนาวจริง ๆ ครับ พัดทีหนาวเหน็บมาก ๆ ครับ
ทันใดก็มีเสียงคนเรียกมา “หนึ่งๆ กรูอยู่นี่ คันนี้ๆ” นั่นไงเสียงเพื่อนตัวแสบของเรานั่นเอง ดีใจมากครับที่ได้เจอเพื่อน คิดในใจรอดแล้วเราคืนนี้มีที่นอนแล้วเย้! ถึงตอนขนกระเป๋าขึ้นรถยังมาบ่นกับผมอีกว่า อะไรเนี่ยทำไมเอาของมาน้อยจัง รู้งี้ฝากของมาเพิ่มดีกว่า คิดได้นะเพื่อนเรา แบกกะทะขนมครกมาให้ก็บุญแล้วเพื่อน ขึ้นรถเสร็จก็โทรกับบ้านหาพ่อก่อนเลยครับ เพราะเพื่อนบอกว่าพ่อโทรมาหาหลายรอบแล้ว โทรบอกพ่อว่าถึงแล้วเจอเพื่อนแล้ว ที่บ้านก็หายห่วงครับ แต่ก็ยังรู้สึกว่ายังกังวลอยู่ครับ ได้แต่บอกไปว่าไม่ต้องเป็นห่วงครับผมดูแลตัวเองได้
ตอนนั่งรถมาก็รู้สึกว่าสิ่งรอบข้างของเรามันเป็นสิ่งที่ไม่คุ้นเคยไปหมดเลยครับ รถก็นั่งคนละข้างกับรถที่เมืองไทย ในรถมีเครื่องทำความร้อนด้วย บรรยากาศรอบข้างก็มีอะไรต่อมิอะไรที่ดูเป็นสิ่งแปลกใหม่ไปหมดครับ เพื่อนก็แนะนำนู่นแนะทำนี่มาตลอดทาง ฟังแล้วก็จำอะไรไม่ได้เลย เพราะตอนนั้นเพลียมาก แล้วก็ยังมึน ๆ กับโลกใบใหม่ นึกภาพที่เพื่อนเล่าให้ฟังไม่ออกจริง ๆ ครับ อยากจะบอกค่อยเล่าให้ฟังวันหลังก็ได้นะ ปล่อยผมพักก่อนเถอะ
และแล้วก็มาถึงบ้านพักครับ เปิดประตูบ้านเข้าไปก็ได้ยินเสียงเพื่อนพูดเป็นภาษาไทยกับคนในบ้าน อ่าวนี่บ้านคนไทยหรอ รู้สึกขึ้นมาทันทีว่าอ่าวมาอยู่เมืองนอก แล้วมาอยู่บ้านคนไทยจะได้คุยภาษาอังกฤษมั้ยเนี่ย รู้สึกไม่ชอบขึ้นมานิดๆ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป ห้องที่ผมอยู่เป็นห้องใต้หลังคาครับ ผมชอบนะครับมันเป็นห้องสามเหลี่ยมดูเก๋ดีมาก ๆ ไม่สนหล่ะครับตอนนี้ขอตัวไปอาบน้ำก่อนดีกว่า ไม่ไหวแล้วไม่ได้อาบน้ำมาเป็นวันแล้วครับเหนี่ยวตัวมากๆ หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ทันใดนั้นเองเสียงเพื่อนตัวแสบก็ดังขึ้นมา พร้อมลุยนิวยอร์คแล้วหรือยังเพื่อน ไม่รู้จะถามทำไม พร้อมนานแล้วเพื่อน!!

sook says:
March 30th, 2011 at 9:32 am
สนุกดีค่ะ กำลังติดตามตอนต่อไปอยู่นะค่ะ
SUTAPHAT says:
April 25th, 2011 at 2:51 am
รออ่านต่ออย่างใจจดใจจ่อ
Ekapol says:
May 1st, 2011 at 12:58 pm
ขอบคุณครับ เขียนต่อวันนี้แหละคับ 555+