ผมขอเป็น New Yorker (ตอนที่ 4)

Saturday, May 22, 2010 7:14

ตอน : เก็บเงินสานฝัน

มาถึงสิ่งที่สำคัญที่จะทำให้เรามาเมืองนอกได้นั่นก็คือ ตังในกระเป๋า นั่นเองครับ สำหรับผมก็คิดในใจนะครับว่า ถ้าผมเป็นลูกคนเดียวหัวแก้วหัวแหวน ผมคงขอเงินก้อนแรกเพื่อไปเริ่มต้น เพื่อไปใช้ชีวิตที่เมืองนอกได้ไม่อยากไม่ง่าย แต่นี่ผมมีพี่น้องตั้ง 5 คน เกือบครึ่งโหลแหนะครับ ทำอะไรก็ต้องแอบคิดถึงน้องๆ บ้าง ทำไงดี คิด คิด คิด… โอเค โอเค หมดเวลา เลิกคิดได้แล้ว ได้เวลาลุยกับความจริงก่อนที่ความฝันมันจะลอยหายไป ไม่สนและตั้งใจหาตังไปเมืองนอกดีกว่าเรา

ผมเริ่มสมัครงานเพื่อจะได้ เรียนรู้ชีวิตการทำงานหลังจากจบมหาลัย และเป้าหมายที่สำคัญก็คือเพื่อผมจะเก็บตังไปเรียนภาษาที่เมืองนอก ภายในอีก 2 ปีข้างหน้าตามที่วางแผนไว้ครับ แต่สำหรับผมมันไม่ง่ายเลย เพราะผมเรียนจบมาในสาขาที่เกี่ยวกับเลขครับ แต่งานที่อยากทำก็คือ สายงานทางคอมพิวเตอร์ เพราะผมชอบเป็นการส่วนตัว ผมเดินสมัครงานอยู่พักใหญ่ครับ แต่ไม่มีใครรับผมเลย เนื่องจากผมจบไม่ตรงกับสายงานที่เค้าต้องการ แอบเครียดอยู่สักพักนึงจะตกงานป่าวหว่าเรา

สุดท้ายวันดีคืนดีมี โทรศัพท์เข้ามาเรียกให้ผมไปสัมภาษณ์ ที่สัมภาษณ์งานของผมเป็นร้าน Starbucks ในห้างแห่งหนึ่ง งงเหมือนกันทำไมพี่เค้าถึงมานัดสัมภาษณ์งานที่ Starbucks พี่เค้าเป็นคนชิวมากครับ พี่เค้าบอกผมว่าพี่รับน้องเข้าทำงานเลย น้องเหมือนพี่เลยจบมาไม่ตรงกับสายอาชีพ แต่อยากทำงานคอมพิวเตอร์เหมือนกัน ผมอึ้งๆ แล้วแอบงงอยู่นิดนึง แต่งตัวหล่อๆ ไปสอบทั้งข้อเขียนทั้งสัมภาษณ์งานก็แล้วตั้งนาน แต่ไม่มีใครเรียกตัวผมไปทำงาน มาสัมภาษณ์งานที่ Starbucks แถมกินกาแฟไปด้วย ดันได้งานทำซะงั้น โอเควะไม่มีทางเลือกและพี่เค้าให้โอกาสเราแล้ว ไม่อยากให้โอกาสหลุดไป ขอลองสักตั้งก็แล้วกันนะ

ตำแหน่งงานที่ผมได้ ก็คือ ตำแหน่งโปรแกรมเมอร์นั่นเองครับ แถมเป็นโปรแกรมเมอร์คนแรกของบริษัทซะด้วย คิดในใจจะรอดมั้ยเนี่ยเรา เพราะมันเป็นบริษัทเล็กๆ ครับไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้โปรแกรมเมอร์เยอะแยะมากมาย แต่ที่ผมได้จากความเป็นบริษัทเล็กๆ นั่นก็คือ ผมต้องทำงานและแก้ปัญหาคนเดียว โดนที่ผมไม่มีเพื่อนร่วมงานให้ถามเลยแม้แต่คนเดียว แต่ผมต้องทำมันให้ได้และต้องทำมันให้ดีด้วย ผมกลับหอพักแทบทุกวัน ผมจะไปนั่งหาความรู้จากทาง Internet ว่าผมต้องทำอย่างไรที่ผมจะสามารถแก้ปัญหางานให้ผ่านไปได้ สิ่งเหล่านี้ทำให้ผมมีความรู้ และประสบการณ์จากการได้ลองทำอะไรคนเดียว และต้องแก้ปัญหางานคนเดียวให้ได้ครับ

ผมเอาความรู้ที่ได้นั้นไปหา ช่องทางทำเงินจากทาง Internet ความรู้สึกของผมตอนนั้นคือ ผมมั่นใจว่าผมจะสามารถหารายได้เสริมทาง Internet บวกกับเงินเก็บที่ได้จากเงินเดือน เพื่อเอาไปเป็นเงินเริ่มต้นในการไปต่างประเทศได้ทันภายใน 2 ปี ผมล้มๆ ลุกๆ พยายามอยู่หลายรอบมากครับ 1 ปีผ่านไป ความรู้มากมายที่ผมมีนั้น ไม่ได้ช่วยทำให้ผมได้ตังอะไรมากมายเลย แถมเสียตังอีก พูดง่ายๆ คือไม่คุ้มกับเวลาที่เสียไป เงินเก็บจากเงินเดือนก็ไม่มีครับเพราะเงินเดือนไม่มาก แต่เงินที่ต้องนำมาเป็นค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน บวกกับค่าสังคมมันพอดีกับรายได้ซะทุกเดือนเลยครับ สรุปว่าปีแรกได้แต่ความรู้ เงินไม่เหลือ ความฝันที่จะเก็บเงินไปต่างประเทศก็ยังคงเป็นแค่ความฝันลมๆ แล้งๆ เหมือนเช่นเคย

ตอนนั้นผมรู้สึกว่าผมยืนอยู่ที่เดิมแบบนี้ต่อไปไม่ได้แล้ว เพราะความรู้และชีวิตของผมมันเริ่มที่จะหยุดอยู่กับที่ ความฝันของผมมันเริ่มจะวิ่งหนีผมออกห่างผมไปซะทุกที ทุกที เป็นจังหวะที่ไม่มีโอกาสอะไรใหม่ๆ เข้ามาให้ผมได้เห็นและลองใช้โอกาสเลย ผมตัดสินใจที่จะย้ายที่ทำงานใหม่ครับ คราวนี้ผมได้ทำงานในบริษัทที่ใหญ่ขึ้นครับ มีเพื่อนร่วมงานมากมาย ทำงานเป็นทีมมีคนคอยช่วยเหลือครับ แถมข้อสำคัญได้เงินเดือนมากกว่าบริษัทเดิมอีกนิดหน่อย โอเคขึ้นปีที่สองและ เรามาเริ่มต้นความฝันกันใหม่ หลังจากที่ปีแรกนั้น ผมเริ่มต้นความฝันของผมไม่ได้เลย

ผมใช้เวลาในการปรับ ตัวกับที่ทำงานใหม่สักพักครับ ผมยังคงพยายามหารายได้จากทาง Internet และหาความรู้ใหม่ๆ เพื่อที่จะสานฝันของผมให้เป็นจริงใหม่แบบไม่ย่อท้ออีกครั้ง ที่นี่ผมมีเพื่อนมากมายครับ เงินเดือนที่ได้เพิ่มขี้นมานั้น ไม่ได้ช่วยให้ผมมีเงินเก็บขึ้นมาเลยครับ เพราะคนเยอะการสังสรรค์ก็เยอะตามไปด้วย บางเดือนเหมือนตัวเองจะติดลบไปซะนิดหน่อยด้วย ปุ๊บปั๊บ หันมามองเวลาอีกที ผ่านไปอีก 6 เดือน ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิมกับปีแรกครับ คือไม่มีอะไรดีขึ้นมาสักอย่าง นอกจากความรู้และประสบการณ์เท่านั้น ผมไม่สามารถที่จะสะกิดความฝันของผม ให้ตื่นขึ้นมาเป็นความจริงได้เลยแม้แต่น้อยครับ เหลือเวลาอีกแค่ 6 เดือนเท่านั้นแล้วสิเรา ที่เราตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะต้องออกมาเรียนรู้โลกภายนอกให้ได้ ทำไงดีเริ่มเครียดกับชีวิตมากกว่ารอบแรกซะอีกทีนี้

เหนื่อยแสน เหนื่อย ทั้งกายและใจ ทำอะไรไม่ได้จริงๆ ตอนนั้น นอกจากพยายามอีกสักตั้งก็แล้วกัน จากประสบการณ์ที่ผมได้มาจาการลองผิดลองถูกอยู่หลายๆ ครั้ง และจากความรู้ที่ผมได้ศึกษามาทั้งหมดนั้น ผมเริ่มต้นใหม่ด้วยการรับจ้างเขียนเว็บไซต์ขาย ทุกวันที่ผมทำงานเสร็จ ผมจะรีบกลับห้องพักไปเขียนเว็บไซต์ให้ลูกค้าของผมต่อ กว่าจะได้นอนก็ตี 1 ตี 2 ทุกคืนครับ เหนื่อยมากแต่ไม่ทีทางเลือกครับ ช่วงนั้นผมต้องขอบคุณน้องชายผมมากครับ ที่คอยช่วยเหลืองานบางส่วนของผม ไม่ค่อยมีเวลาพูดอะไรมากได้ลงมือทำอย่างเดียวครับ 6 เดือนผ่านไป ใช้เงินอย่างระมัดระวัง ประหยัด อดออม ทำงานหนักหน่อย มีเงินเก็บพอที่จะไปเริ่มต้นชีวิตในต่างแดนได้พอดิบพอดี ไม่มากแต่ก็ไม่น้อยครับ ประมาณราคารถเก๋งครึ่งคันครับ

ผม ดีใจมากๆ คับที่ผมสามารถหาเงินก้อนที่จะไปเริ่มเรียนรู้ชีวิตในต่างแดน แต่ผมบอกได้คำเดียวครับ มันเหนื่อยมากๆ ครับ แต่เพราะความฝันมันเลยทำให้ผมเหนื่อยไม่ได้ครับ บทความตอนนี้ผมขอขอบคุณบริษัทที่ผมเคยทำงานด้วย ทั้งสองที่เลยนะครับ ที่เวลาเห็นผมไปทำงานสาย แล้วก็ไม่ได้ว่าอะไรผมมากมาย เพียงแค่โดนเรียกไปตักเตือนเป็นครั้งคราวเท่านั้นเองครับ จริงๆ แล้วผมนอนดึกนั่นเองแหละครับ แล้วก็ขอบคุณน้องชายแท้ๆ ของผมมากครับที่ช่วยเหลือผมมาตลอด จนผมสามารถหาเงินก้อนมาต่างประเทศได้ครับ

ช่วงเวลาของการหาเงินของเพื่อมาสร้างความฝันของผมให้เป็นจริงนั้น มันทำให้ผมได้เรียนรู้ว่า การเก็บเงินไม่ใช่เรื่องง่าย แต่การเก็บความฝันมันเป็นเรื่องยากยิ่งกว่าการเก็บเงินซะอีกครับ

Related Articles

You can leave a response, or trackback from your own site.

Leave a Reply