ผมขอเป็น New Yorker (ตอนที่ 1)
Tuesday, May 11, 2010 3:04วันนี้ผมขอมาเล่าประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิตของผม กับการที่ผมได้มาใช้ชีวิตเป็น New Yorker อาจจะเป็นเรื่องง่ายสำหรับบางคน แต่อาจจะไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับอีกหลายๆ คนที่จะได้มาเป็น New Yorker สำหรับผม ผมอยู่ในกลุ่มที่ไม่ใช่คิดจะมาก็มาได้เลยอย่างที่ใจคิด แต่สิ่งสำคัญที่ทำให้ชีวิตของผมได้มายืนอยู่บนเมืองเมืองนี้ได้ นั่นก็คือ ความ ฝัน
สำหรับผมผมเริ่มมี Plan ที่จะมาต่างประเทศเพราะผมคิดว่า ถ้าผมได้มีช่วงเวลาหนึ่งในชีวิตที่ผมได้มาใช้ชีวิตในต่างประเทศบ้าง อีกหน่อยในอนาคตผมจะสามารถไปที่ไหนก็ได้บนโลกนี้ที่ผมอยากไป อันนี้คือจุดแรกที่ผมเริ่มคิดถึงเรื่องนี้ ตอนนั้นผมกำลังเรียนอยู่ปีสี่ครับเป็นปีสุดท้าย ก่อนที่ผมจะต้องออกไปใช้ชีวิตบนเส้นทางการทำงานของผม ผมเริ่มคิดเรื่องนี้เพราะผมต้องการจะปูพื้นความพร้อมของผม ผมคิดว่าบนโลกแห่งอนาคต ภาษาและประสบการณ์เป็นสิ่งที่มีความจำเป็นมากครับ ผมรู้สึกว่าถ้าผมไม่ได้ออกมาเรียนรู้ตรงนี้ อีกหน่อยผมจะตามคนอื่นไม่ทันทางมุมมองและความคิด ที่ผมยังไม่เคยเรียนรู้มาก่อนในชีวิต เอาแหละขอผมพยายามสักครั้งหนึ่งเถอะ ดีว่าผมนั่งอยู่เฉยๆ ปล่อยให้โอกาสลอยไปจากชีวิตของผม
ผมจะขอเปรียบเทียบง่ายๆ นะครับ ผมเป็นเด็กต่างจังหวัดบ้านนอกๆ คนนึงครับ ที่บ้านก็ทำสวนนี่แหละครับตากแดดตากฝนลุยโคลนผมทำมาหมดแล้วครับ สมัยที่ผมเด็กๆ แล้วผมนั่งรถเมล์เข้ามากรุงเทพมาครั้งแรกกับพ่อ ผมจำความรู้สึกของผมได้ว่าเมืองนี้ทำไมมันใหญ่จัง อะไรก็เป็นสิ่งแปลกใหม่ไปหมดรู้สึกตื่นเต้นมากตามประสาเด็กๆ แต่อีกความรู้สึกหนึ่งที่ผมมีในเวลาเดียวกันก็คือความกลัว ความกลัวในที่นี้ของผมเป็นเพราะว่าสิ่งใหม่ๆ ที่ผมเห็นนั้น ไม่ใช่สิ่งที่ผมเคยเห็นอยู่ในชีวิตประจำวันของผม แล้วก็จะมีหลายเรื่องๆ ที่เรารู้สึกกลัวและกังวลตามมากลับการเข้ามาเมืองใหญ่ๆ ครั้งแรก ความกลัวเหล่านี้เกิดจากที่ผมไม่รู้ครับ เพราะถ้าผมรู้ผมจะไม่กลัวครับ พูดง่ายๆ ก็คือ ผมก็เป็น บ้านนอกเข้ากรุง คนนึงนั่นแหละครับ ผมว่าเพื่อนๆ ที่มาจากต่างจังหวัดหลายๆ คนคงเข้าใจความรู้สึกนั้นดีครับ
หลังจากผมโตมา ผมได้มีโอกาสเข้ามาเรียนในโรงเรียนแล้วก็มหาลัยในกรุงเทพ ครั้งแรกที่ผมมาเข้าหอพักจะได้ว่าแม่ร้องไห้คับ เพราะแม่ก็กลัวเหมือนที่ผมกลัวในสิ่งที่ยังไม่เคยรู้มาก่อน ผมก็ได้แต่บอกแม่ไปว่า ไม่เป็นไรผมอยู่ได้ มันอาจจะลำบากและตื่นเต้นในช่วงแรก เพราะเราต้องใช้เวลาในการปรับตัวกับชีวิตในเมืองใหญ่ แต่หลังจากที่ผมอยู่ไปสักพัก ผมรู้สึกว่ากรุงเทพทำไมมันเล็กจัง ต่างกับที่ผมเคยคิดตอนเด็กๆ ตอนนั้นผมรู้สึกว่า ในเมื่อผมเคยใช้ชีวิตอยู่ในเมืองที่ใหญ่ที่สุดในเมืองไทยแล้ว เมืองอื่นๆ ผมไปได้หมด ไม่กลัวและไปคนเดียวก็ไปได้ ผมมั่นใจว่าผมไม่หลงทางหรอก ผมเอาตัวรอดได้
ผมเก็บความรู้สึกของผม ก่อนที่ผมจะเข้ามาอยู่ในเมืองกรุง และหลังจากที่ผมได้ใช้ชึวิตเป็นคนกรุง มันทำให้ผมได้เรียนรู้และเข้าใจว่า ระหว่างที่สองที่มันมีอะไรที่แตกต่างกันบ้าง แน่นอนคับผมคิดว่า ผมก็สามารถอยู่ในที่สองที่ที่แตกต่างกันได้ไม่ว่าตรงส่วนไหนก็ตาม ความรู้สึกเหล่านี้เป็นสิ่งที่ทำให้ผมคิดว่า ผมควรจะต้องไปยืนบนที่ที่เป็นใจกลางและมีความสำคัญของโลกบ้าง เพราะถ้าผมได้ไปยืนตรงจุดจุดนั้น ผมจะไม่กลัวที่จะไปยืนตรงจุดอื่นๆ แน่นอนครับผมเลือกที่จะมายืนอยู่ที่ New York City เมืองแห่งความฝันของผม เมืองที่ผมสามารถเจอะเจอกับผู้คนที่ไม่ได้พูดภาษาเดียวกับผม เมืองที่ผมจะได้ใช้ชีวิตอยู่กลับคนแทบทุกประเทศบนโลก เมืองที่ผมสามารถเรียนรู้สิ่งที่แตกต่างกันจากทุกมุมโลก ไม่ใช่ทั้งหมดที่ผมจะเรียนรู้ได้จากที่นี่ แต่จุดเริ่มต้นที่มีค่าของผมที่จะได้เรียนรู้อะไรอีกมากมาย บนโลกใบที่เล็กลงของผม New York City : The City of My Dream
