Archive for April, 2010

Dream it. Do it!

Thursday, April 15, 2010 3:25 No Comments

คุณเคยมีความฝันหรือเปล่า?? มาพูดถึงเรื่องความฝันกันบ้างดีกว่าครับ ความฝันที่จะพูดในที่นี้ไม่ใช่ฝันกลางคืนหรือฝันกลางวันนะครับ แต่เป็นฝันที่เรียกว่า Dream ในที่นี้หมายถึงสิ่งที่เราวาดฝันกับชีวิตของเราในอนาคตครับ ผมเชื่อว่าหลายๆ คนมีความฝัน บางคนก็มีความฝันเป็นของตัวเอง บางคนก็ไม่มีฝันเป็นของตัวเอง บางคนไม่มีแม้กระทั่งความฝันเพราะชีวิตตัวเองยังเอาไม่รอด จะให้ไปฝันอะไรได้ บางคนมีฝันแต่ก็ไม่เคยรู้ว่าความจริงมันคืออะไร หรือพูดง่ายๆ ฝันที่ไม่เป็นจริง และบางคนมีฝันแต่ก็ไม่เคยทำตามความฝันของตัวเอง คนเราลืมอะไรง่ายที่สุด?? สำหรับผม ผมคิดว่าน่าจะลืมความฝันของตัวเองง่ายที่สุด เพราะคงจะไม่มีใครเรื่องของความฝันได้หมด เพียงแค่ลืมตาความฝันของคุณก็เลือนหายไปแล้ว คุณจำได้หรือเปล่าว่าความฝันของคุณเป็นสีอะไร ผมเองก็จำไม่ได้เหมือนกันว่าฝันของผมเป็นอะไร จะบอกว่าขาวดำก็ไม่แน่ใจ จะบอกว่าสีสันสดใจก็ยังลังเล คุณจำได้หรือเปล่าว่าคุณเคยฝันเรื่องเดิมซ้ำกันกี่ครั้ง ฝันแล้วก็ฝันอีก เราอยู่ที่ไหนในฝัน ใครกันที่เป็นตัวละครในฝันของเรา แต่สำหรับฝันที่เรียกว่า Dream ผมเชื่อว่าคุณไม่เคยลืมหรอกว่าคุณเคยฝันอะไรไว้บ้าง แค่บางครั้งคุณลืมมันไปเท่านั้นเอง มันง่ายที่จะนึกถึงความฝันแต่มันก็ง่ายที่จำลืมมันไปเช่นกัน

When I am a Blogger Tags: , ,

Brooklyn Bridge NYC

Wednesday, April 14, 2010 3:49 No Comments

Photos - Map - Slide Show สำหรับเพื่อนๆ ที่มาเที่ยว New York สถานที่หนึ่งที่แนะทำให้ไปก็คือ Brooklyn Bridge เป็นสะพานใหม่ที่เชื่อมต่อระหว่างเกาะ Manhattan กับฝั่ง Brooklyn นั่นเอง ซึ่งกลางสะพานจะมีทางให้นักท่องเที่ยวเดินข้ามฝั่งกันได้ ตอนกลางวันผมยังไม่เคยไปเดินนะครับ เพราะตอนเพื่อนไปผมติดธุระทุกที ไปเดินตอนกลางคืนสวยมากครับ เห็นสีสันของ Manhattan ยามค่ำคืน ขอบอกว่าเวลาไปเดินอย่าลืมพกกล้องไปนะครับ วิวสวยดีมากครับ บรรยากาศกลางคืนลมเย็นๆ นั่งจิบเบียร์ได้ด้วยนี่ใช่เลยครับ

When I am a New Yorker Tags: , , , ,

เมื่อทิปมีความหมายมากกว่าเงิน

Monday, April 12, 2010 5:05 No Comments

วันหนึ่งผมเข้าไปทำงานที่ร้านอาหาร วันนั้นผมทำงานในตำแหน่ง Packer คือคอยเอาอาหารใส่ถุงไว้ให้คนไปส่ง Delivery ส่วนมากแล้วตำแหน่ง Packer มักจะได้เงิน Fix ตายตัว บางทีก็อาจจะมีเงินพิเศษเพิ่มเติมบ้าง หรือทาง Waiter อาจจะแบ่งเงินให้บ้างถ้าหาวันนั้นได้ทิป มาเยอะๆ ปกติร้านที่ผมเป็นร้านเล็กๆ ครับ มีแค่ Waiter กับ Packer วันนั้นผมทำงานกับ Waiter คนหนึ่ง เป็นช่วงที่ร้านกำลังยุ่งมาก ทั้งคนที่โทรศัพท์มาสั่งอาหาร ทั้งคนที่เดินเข้ามาสั่งอาหารในร้าน ก็เป็นหน้าที่ผมที่จะต้องออกไปช่วยรับ order ลูกค้า เสิร์ฟอาหารให้ลูกค้า พูดง่ายๆ ก็คือผมต้องไปช่วย waiter ทำงานใส่ส่วนที่ over มานั่นเอง หลังจากหายยุ่ง ผมก็กลับไปวุ่นวายกับงานของผมข้างในครัวต่อ สักพักเสียงเรียกจากพี่ข้างนอกมาว่า “หนึ่งๆ ออกมารับทิปหน่อย” ผมก็งงตอนแรกนึกว่าจะให้ผมเดินไปเก็บเงินกับทิปที่โต๊ะลูกค้า ผมก็ตะโกนออกไป “ครับพี่ๆ” พอเดินออกไปผมก็ทำให้ผมแปลกใจ เพราะลูกค้ากำลังยืนรอผมอยู่ที่ Counter แล้วเค้าก็ยืนเงินทิป ให้ผม ผมรับมาเสร็จผมก็หันไปกำลังจะใส่ทิป ไปในกระป๋องทิปรวมที่เป็นของ waiter ลูกค้ารีบหันมาทางผม แล้วบอกผมด้วยน้ำเสียงอย่างจริงจังทันทีว่า “That [...]

When I am a Blogger, New Yorker Tags: , , , , ,

วิธีเตือนตนเองให้รู้จักใช้ตังในกระเป๋า

Monday, April 5, 2010 16:08 No Comments

ช่วงนี้เศรษฐกิจทั่วโลกก็เป็นที่รู้ๆ กันนะครับ ว่าย่ำแย่แล้วก็ส่งผลกระทบกับคนทั่วโลกโดยเฉพาะคนชั้นกลางๆ อย่างเราๆ ท่านๆ ที่กำลังรับเงินเดือน หรือกำลังต้องผ่อนบ้านผ่อนรถอยู่นะครับ วิธีที่ผมจะมาแบ่งปันเพื่อนๆ วันนี้ไม่ใช่วิธีการประหยัดตังนะครับ ผมขอเรียกว่าวิธีการคิดก่อนใช้ตังก็แล้วกันนะครับ เวลาที่เราได้ตังหลังจากทำงานมาอย่างเหนื่อยยาก หลายๆ คนมักจะได้ตังมาเป็นเงินสดและก็มักจะเก็บส่วนหนึ่งไว้ในกระเป๋าตัง ส่วนที่เหลือก็จะเอาไปฝากธนาคารหรือเก็บไว้ที่บ้าน (แนะนำให้ฝากในธนาคารจะดีกว่านะครับ) ส่วนพวกที่ทำงาน Office ก็จะได้รับเงินโอนผ่านเข้าบัญชีของตนเองๆ ปลายเดือนแล้วก็จะถอนเงินส่วนหนึ่งมาเก็บไว้ในกระเป๋าตัง เพื่อใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน สิ่งสำคัญที่จะพูดก็คือ จำนวนเงินในกระเป๋าตังควรมีอยู่เท่าไหร่นั่นเอง ตังในกระเป๋าที่เราจะพกนั้น เราควรที่จะพกไว้เท่าที่เรามีความจำเป็น ที่จะต้องใช้ในชีวิตประจำวัน ตรงนี้สำคัญมากครับ พกเผื่อได้แต่อย่าพกเกินความจำเป็น สิ่งสำคัญต่อมาคือ ช่วงเวลาของการใช้เงินในกระเป๋าตังของคุณ ข้อนี้คือข้อจำกัดของคุณ เช่้นถ้าคุณอยู่ไกลจากธนาคารหรือ ATM จำนวนเงินที่คุณจะไปเบิกก็คือ จำนวนเงินที่คุณคิดว่าพอใช้ใน 1 สัปดาห์ อันนี้ขึ้นอยู่กับความสะดวกของคุณ แต่ผมแนะนำว่าถ้าเกิน 1 สัปดาห์คือเริ่มเข้าจุดที่ไม่ค่อยดีต่อการใช้เงินเท่าไหร่ และสำคัญยิ่งกว่าคือ อย่าคิดเผื่อความจำเป็นของตัวเอง

When I am a Blogger