เรียนภาษาเกลาหลีด้วยการสะกดชื่อเพื่อนเกาหลี
Saturday, February 20, 2010 4:01ตอนก่อนผมมาเรียนภาษาที่นิวยอร์ค ผมก็เป็นคนนึงที่ติดละครเกาหลีพอสมควรนะครับ (อย่าว่าแต่ผู้หญิงติดเลยผมก็คนหนึงที่ติดงอมแงม อิอิ) แต่พอหลังๆ ไม่ค่อยว่างเลยไม่ค่อยได้ดูเท่าไหร่ ตอนดูตอนนั้นก็อยากจะฟังเกาหลีให้ออก เพราะบางเรื่องยังหาแปลไทยไม่ได้ อีกอย่างฟังคนเกาหลีพูดก็ดูน่ารักดี ดูไปบางคำก็เหมือนจะเข้าใจ (มั้ง) ตอนที่ติดอยู่นั้นอะอุส่าไปหาโปรแกรมฝึกพิมพ์เกาหลีมาลงเลยนะครับ สักพักก็เลิกบ้าไปเอง อิอิ แต่ตอนนี้เครื่องคอมผมจะมี 3 ภาษานะครับ คือ ไทย อังกฤษ เกลาหลี เพราะตอนนี้พออ่านภาษาเกาหลีออกหลายคำเลยลองพิมพ์เล่นบ้างบางที แต่ไม่รู้ความหมายนะครับ แค่พออ่านออกแบบช้าๆ ได้ เหมือนสมัยที่เราเริ่มหัดอ่านหนังสือนั่นแหละ เอ ??? จำกันได้มั้ยเอ่ยยยย
หลังจากมาเรียนภาษาที่ New York ตอนมาก็ไม่รู้หรอกครับว่าจะได้มีเพื่อนเกาหลีเยอะแยะไปหมด คิดว่าจะมีแต่เพื่อนผมทองๆ ไหง๋ตอนมามีแต่เพื่อนหน้าตาเกาหลีเต็มไปหมดเลยแฮะ เวลาฟังเพื่อนๆ คุยกันอารมณ์เหมือนที่เราเห็นในหนังเกาหลีคุยกันนั่นแหละครับ บางทีก็จับได้ว่าเพื่อนๆ คุยกันเรื่องอะไรนะครับ แต่ไม่รู้ว่าคุยว่าอะไร รู้สึกสนุกดี อยู่ที่นี่สำหรับผมได้ฟังพูดหลายภาษาครับ โดยประมาณคร่าวๆ ต่อวันน่าจะ ภาษาอังกฤษ 45% หรือน้อยกว่านี้หว่า เห่อะๆ ภาษาไทย 30% เพราะเพื่อนไทยเยอะคับ พูดมากตอนไปทำงานที่ร้านอาหารไทยด้วยครับ ภาษาเกาหลี 15% ได้มั้ง (14% ฟัง 1% พูดมั่วๆ ไป) ที่เหลือก็ฟัง Spanish ครับโดยเฉพาะฟังพวกโก้ (คน Mexican ที่ทำงานในครัว) คุยกันในครัวครับ
เนื่องจากเดินไปทางไหนหรือเรียนห้องไหนก็จะเจอเพื่อนๆ เกาหลีพอสมควรผมก็เลยถือโอกาส คบเพื่อนเกาหลีหลายๆ คนครับ ตอนที่เพื่อนผมคุยกันในภาษาเกาหลี ตาผมจะชอบมองไปที่ปากที่เค้าพูดกัน มองซ้ายที่ขวาทีแล้วก็พยายามฟังเสียงคับ จนรู้สึกว่าหูผมจับสำเนียงของเค้าได้บ้างนะ เพราะตอนที่เพื่อนผมให้ลองพูดภาษาเกาหลีตามเค้า บางทีเพื่อนผมบอกว่าผมออกเสียงเหมือนคนเกาหลีมาก จะไม่เหมือนได้ไงก็ฟังพวกเพื่อนๆ พูดเกาหลีกันบ่อยมากๆ อีกอย่างฟังภาษาอังกฤษก็ฟังสำเนียงเกาหลี ตลกดี แฮะๆ เวลาเพื่อนคุยกันเราจะรู้สึกว่าหูของเราจะแยกคำไม่ออก ฟังอะไรก็ดูเหมือนจะพูดซ้ำกันไปหมด ถือเป็นโอกาสเพิ่มเติมของผมในการมาเรียนภาษาที่ New York เลยก็แล้วกันครับ ผมเลยพยายามไปลอง หาหนังสือเกาหลีมาอ่านดูยามว่างๆ รู้สึกว่ามันไม่อยากอย่างที่เราคิดเลยนะ มันก็เหมือนเราเริ่มเรียนภาษาอังกฤษใหม่นี่แหละ ที่ไม่อยากนี่หมายถึงเรียนขำๆ นะ ได้ไม่ได้ไม่สน แต่ถ้าเอาจริงจังก็ยากครับ ตอนแรกผมคิดว่าต้องมาจำอักษรทุกตัวเหมือนภาษาจีนที่เป็นอักษรรูปภาพ จริงๆ มันมีแค่พยัญชนะกับสระเท่านั้นเอง ไม่มีเสียงวรรณยุกต์เหมือนภาษาไทยด้วย ผมลองศึกษาดูรู้สึกว่ามันเหมือนอักษรภาษาอังกฤษเลย แค่วิธีการเขียนมันแลดูยากกว่าเท่านั้นเอง แต่ลองเขียนดูแล้วผมว่ามันแลดูน่ารักดีนะครับ อีกอย่างผมรู้สึกว่าคนคิดตัวอักษรเกาหลีต้องเก่งเลขแน่ๆ เลย เพราะผมรู้สึกว่ามันเหมือนเอาอะไรมาบวกกัน เหมือนเลขาคณิตอะไรประมาณนั้นอะครับ
หลังจากจำอักษรเกาหลีได้บ้างงูๆ ปลาๆ เขียนผิดบ้างถูกบ้าง เวลาเจอเพื่อนเกาหลีใหม่ๆ เริ่มแรกผมก็มักจะถามชื่อแล้วให้เค้าเขียนเป็นภาษาเกาหลีให้ดูหน่อย เสร็จแล้วผมก็อ่านตามโน๊ตเอาไว้บ้างว่าอ่านไง หลังๆ พอจำได้ว่าอักษรแต่ละตัวอ่านยังไง เวลาผมเจอเพื่อนเกาหลีใหม่ๆ ผมก็มักจะชอบถามว่าชื่อว่าไร แล้วผมก็เขียนชื่อเพื่อนเป็นภาษาเกลาหลีให้เพื่อนผมดู ผิดบ้างถูกบ้างๆ ตลกๆ กันไป พอตอนที่เขียนผิดเพื่อนผมก็จะช่วย เขียนใหม่ให้ถูกเอง มันช่วยให้หูผมแยกเสียงได้ว่า เสียงแบบนี้เป็นตัวอักษรไรในภาษาเกาหลี ตื่นเต้นมากๆ ครับ หนุกดีด้วย สรุปก็ได้แต่สะกดชื่อเพื่อนนั่นแหละอย่างอื่นก็ไม่ได้ ยากเกินไปอิอิ แต่ที่แน่ๆ ผมสามารถจำชื่อเพื่อนเกาหลีใหม่ ประมาณ 90% ได้เพียงในครั้งเดียว เพราะว่าผมรู้ว่าชื่อเค้าสะกดยังไงนั่นเอง เวลาเจอหน้าเพื่อนใหม่อีกครั้ง หัวมันจะนึกขึ้นมาเองว่าเคยสะกดชื่อเค้าไว้ว่าิอะไร ที่แน่ไปกว่านั้นวิธีนี้ทำให้ผมมีเพื่อนเกาหลีเยอะขึ้นมากๆ ครับ เรียกได้ว่า ผมเขียนชื่อเพื่อนได้ก็เหมือนผมก็ได้เพื่อนใหม่ึแหละครับ ผิดถูกไม่รู้มั่วไปก่อน และเพื่อนที่ผมรู้จักก็มักจะสอนคำพูดภาษาเกลาหลีตามมาอีกมากมายครับ ไว้่ค่อยเล่าต่อแล้วกันนะครับ

น้ำมนต์ says:
October 23rd, 2010 at 3:09 am
nummon(น้ำมนต์)
เขียนเป็นเกาหลีให้หน่อย..ช่วยส่งที่ nummonny@hotmail.com
hi5ก็ยินดี
เร็วๆนะรีบ