The Secret

Thursday, October 16, 2008 21:52

The Secret หรือ ความลับที่ซ่อนอยู่?

ใช่หนังของ Jay Chou หรือเปล่า ผมได้ยินทีแรกก็นึกว่าหนังของ Jay Chou เหมือนกันครับ จริงๆ แล้วมันคือ ชื่อหนังสือเล่มหนึ่ง ที่กล่าวถึงเรื่องราวของ กฎแห่งแรงดึงดูด หรือ Low of Attraction ซึ่งบอกว่า ทุกอย่างจะดึงดูดเข้าหากัน จริงๆ ก็เหมือนกับกฎของมวลที่เราร่ำเรียนกันมานั่นแหละครับ

กฎนี้มีหลักการว่า ทุกสิ่งที่เป็นพลังงาน สิ่งที่เหมือนกันจะดึงดูดเข้าหากัน เช่น ถ้าเรากำลังสนใจเรื่องอะไรสักเรื่องหนึ่ง สิ่งที่เรากำลังสนใจอยู่นั้นจะเป็นพลังงานตัวหนึ่ง มันจะปล่อยพลังงานออกไปทุกทิศทุกทาง และจะไปดูดสิ่งที่เหมือนกันเข้ามา แต่กฎนี้ไม่ได้บอกว่าสิ่งที่ดูดมาจะใช้เวลาเท่าไหร่ที่มันจะเข้ามาถึงกัน อาจจะใช้เวลาเป็น วัน เป็น ปี หลายๆ ปี หรือแม้แต่กระทั่งเดี๋ยวนั้นเลย ในชีวิตของทุกคนวนเวียนอยู่กับกฎนี้ แต่เราไม่รู้ว่ามันคืออะไรเท่านั้นเอง แต่ถ้าเรารู้ว่ามันคืออะไร และใช้มันอย่างถูกวิธีมันจะสร้างประโยชน์ให้เราอย่างมากมายมหาศาล กฎนี้ยังบอกอีกว่า สิ่งที่ตรงกันข้ามจะไม่อยู่ด้วยกัน ตัวอย่าง เช่น "เป็นไปไม่ได้ที่คนเราจะรู้สึกแย่ ขณะที่คนคนนั้นกำลังคิดเรื่องดี ๆ"

สมมติว่ามีนาย A 2 คน คนหนึ่งอยู่มิติที่ 1 อีกคนหนึ่งอยู่มิติที่ 2 ให้นาย A ทั้งสองคน นั่งรถวนรอบกรุงเทพ 1 รอบ แน่นอนครับสภาพแวดล้อมทุกอย่างเหมือนกันหมด ต่างกันตรงที่ว่า นาย A มิติที่ 1 อยากซื้อบ้าน นาย A มิติที่ 2 อยากซื้อรถ หลังจากที่นาย A ทั้งสองคนวนรอบกรุงเทพครบ 1 รอบแล้ว สิ่งที่นาย A ทั้งสองคนจะเห็นต่างกันก็คือ นาย A มิติที่ 1 จะเห็นป้ายโฆษณาขายบ้านมากกว่านาย A มิติที่ 2 ในทำนองเดียวกัน นาย A มิติที่ 2 ก็จะเห็นป้ายโฆษณาขายรถ มากกว่านาย A มิติที่ 1 สาเหตุที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะ แรงดึงดูดในสิ่งที่นาย A ทั้ง 2 มิติ กำลังสนใจนั้นไม่เท่ากัน เลยทำให้นาย A ทั้ง 2 มิติ เห็นป้ายโฆษณาไม่เท่ากัน

ฟังๆ ดูแล้ว อาจจะงง ๆ ว่ามันคืออะไรหว่า พูดให้ง่ายๆ ก็คือ ถ้าเรากำลังทำอะไรหรือกำลังสนใจอะไรอยู่นั้น สิ่งที่เหมือนกับที่เรากำลังทำหรือสนใจมันจะวิ่งเข้ามาหาเราเอง โดยวิ่งเข้ามาในเวลาที่ไม่แน่นอน เช่น ถ้าคืนนี้เราคิดว่าพรุ่งนี้เราจะตื่นสาย พรุ่งนี้เราก็จะตื่นสายจริงๆ แต่ถ้าเราคิดว่าพรุ่งนี้เราจะตื่นเช้าพรุ่งนี้เราก็จะตื่นเช้าจริงๆ ซึ่งขณะที่เราคิดและเรามีความรู้สึกจริงๆ ลึกๆ ว่ามันจะเป็นเช่นนั้นอย่างแน่วแน่มันก็จะเป็นเช่นนั้นจริงๆ ครับ

แล้วกฎนี้จะนำไปใช้อะไรได้บ้าง?

สมมติว่าเราคิดว่าเราจะประสบความสำเร็จในเวลาอีก 2 ปีข้างหน้า เราคิดมันด้วยความมุ่งมันและแน่วแน่ว่าเราจะทำมันได้จริงๆ พลังอันมหาศาลจะถูกส่ง ออกไปทุกทิศทางทั่วจักรวาล แล้วเราก็ทำตามสิ่งที่เราตั้งใจ ผลที่ได้กลับมาก็คือ ในเส้นทางที่เราเดินไปนั้น จะมีสิ่งที่เราส่งแรงดึงดูดไปวิ่งกลับมา เช่น โอกาสและช่องทางต่างๆ เมื่อได้โอกาสนั้นมา เราก็ส่งพลังไปกลับโอกาสที่ได้มาอีกครั้ง ในลักษณะเดิมกับการส่งพลังครั้งแรกไปเรื่อยๆ แล้วช่องทางอื่นๆ ก็จะเข้ามาหาเราเรื่อยๆ อีกเช่นกัน เหมือนกับกิ่งไม้ที่ค่อยๆ แตกแขนงไปออกไป ส่วนถ้าเราอยู่เฉยๆ ไม่ทำอะไรเลยกิ่งไม้ของเราก็จะแตกแขนงไปได้ช้า หรือไม่แตกแขนงเลย ทำให้เราไม่สามารถเห็นช่องทางใหม่หรืออะไรใหม่ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิตเราได้

จะบอกว่าที่เขียนมาทั้งหมดอ่านไปอาจจะไม่เข้าใจอะไรเลยก็ได้ ต้องลองใช้ดูครับ แล้วจะรู้สึกว่าสิ่งที่ผ่านมาในชีวิตทั้งอดีต ปัจจุบันและอนาคต ล้วนแล้วแต่เป็นไปตาม กดแห่งแรงดึงดูดทั้งนั้น เพียงแต่เราไม่รู้จักมันเองครับ

You can leave a response, or trackback from your own site.

Leave a Reply

Protected by WP Anti Spam